[ review] ชวนมากินหมูทอดแห่งชัยชนะ ที่ Maisen ค่ะ

 
 
 

วัสดีค่ะ วันนี้เมย์พักจากการสอนชั่วคราวลองมาเปลี่ยนแนวมากินอาหารอร่อยดูบ้างนะคะ

 

เมย์และเพื่อนเพื่อนโชคดีที่ได้รับเชิญมากินทอดทงคัตสึ กรอบนุ่ม สไตล์ญี่ปุ่น ต้องขอบคุณทางร้าน Maisen มากนะคะที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้ลองมากินเมนูเด็ดของที่นี่
 

 

 

เรามากินกันที่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตค่ะ ร้านหาไม่ยากเลยอยู่ชั้นบีที่อยู่ล่างสุดติด S&P เลยค่ะ ร้านสว่างไสวน่านั่งมาก หน้าร้านมีเมนูหมูทอดเรียงรายเต็มไปหมดเลย ก็สงสัยว่าทำไมหมูทอดทงคัตสึถึงได้เยอะจัง  สอบถามได้ความมาว่า
 

 

"คนญี่ปุ่นเนี่ยเวลาจะทำอะไรก็จะมุ่งมั่นทำให้ดีเป็นอย่างๆค่ะ" 


ร้าน Maisen ก็เช่นกัน เริ่มขายหมูทอดทงคัตสึที่ญี่ปุ่นมากกว่า 50 ปี และก็จะพัฒนาเทคนิคในการทอดหมทงคัตซึ พร้อมกับคิดค้นซอสมากมายเต็มไปหมด เพื่อให้การกินหมูทอดมีความแตกต่างกันไปตลอดเวลา

 

ไปแอบส่องเค้าทำอาหารเพลินๆก็ได้นะคะ


 

พ่อครัวที่นี่ยิ้มหวาน



 

แต่นอกจากหมูทอดแล้ว ร้าน Maisen ในเมืองไทยก็ยังมีเมนูอื่นๆอีกด้วยนะคะ วันนี้ก็ได้กินกุ้งทอดด้วยค่ะ
 

หมูที่นี่มีสองแบบคือหมูธรรมดากับหมูคุโรบุตะ ซึ่งทางร้านจะมีกรรมวิธี aging หมูก่อนด้วย อุ้ย น่าแปลกจัง ปกติแล้วเท่าที่เมเคยเห็น การทำ aging จะใช้กับเนื้อวัวซะเป็นส่วนมาก
 

การ aging ความหมายโดยทั่วไปก็คือการเก็บชิ้นเนื้อ ในอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้เนื้อนุ่มไม่เหนียว และอร่อยยิ่งขึ้น โดยแต่ละที่ก็จะมีเทคนิคและวิธีการที่แตกต่างกันไป ส่วนวิธีการของร้านไมเซนนั้นเป็นความลับจ้า

หมูทอด หรือ
ทงคัตสึ เป็นภาษาญี่ปุ่น ที่เมย์แอบทราบมาว่า ทง แปลว่า "หมู" คำว่า คัตสึ พ้องเสียงกับคำว่า "ชัยชนะ" ของญี่ปุ่น ดังนั้น การกินทงคัตสึก็เป็นการกินเอาเคล็ดที่คนญี่ปุ่นนิยมกินก่อนไปสอบ หรือไปสมัครงานค่ะ

 

ฟังเรื่องเล่าเพลินๆ ระหว่างรอเขาทอดหมูค่ะ เพราะว่าหมูแต่ละชิ้นจะต้องถูกทำสปาหรือ aging และทอดทีละชิ้น ทีละชิ้น เพื่อให้หมูยังงความชุ่มช่ำไม่แข็งกระด้าง ทำสดใหม่ชิ้นต่อชิ้นเลย ซอสส่วนมากนำเข้ามาจากญี่ปุ่นค่ะ เพราะว่าส่วนผสมส่วนมากเป็นผักผลไม้ของญี่ปุ่น เพื่อให้รสชาติใกล้เคียงกับต้นตำรับที่สุดก็เลยนำเข้ามาค่ะ

 

ฟังไปฟังมา เมนูของเมย์มาแล้ว
 

ทา..ดา…

 

คุโรบูตะคัตสึมาบูชิ เสร์ฟพร้อมข้าวสวยในถ้วย กับน้ำซุปปลาร้อนๆเลย
 

 

แหม่ ชื่อซะยาวเลย “คุโรบุตะ” ก็คือหมูดำ ส่วน “คัตซึ” นั้นมาจากภาษาอังกฤษที่เรียกว่า cutlet คือการเอาเนื้อสัตว์ไปชุบแป้งทอดค่ะ เป็นอาหารที่กินกันทั่วไปในยุโรปและอเมริกา หลังจากนั้นญี่ปุ่นก็รับธรรมเนียมการรับประทานไปดัดแปลงจนเป็นของตัวเองค่ะ แล้วก็เปลี่ยนชื่อจากคัตเล็ต (cutlet) มาเป็น คัตสึ

 

ฮิตสึมาบูชิ นี่เป็นชื่อเมืองที่เป็นต้นตำรับเมนูนี้ค่ะ


คุโรบุตะคัตซึ ของเรา ราดด้วยซอสแอปเปิ้ล หอมกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นมีรสอมเปรี้ยวหน่อยๆ กินกับของทอดแล้วเข้ากันมากเลยค่ะ ลองกัดเข้าไปคำแรกแป้งขนมปังกรอบแต่เบามาก ไม่อมน้ำมันเลย เพราะว่าเกล็ดขนมปังค่อนข้างเบากัดลงไปหน่อยเดียวก็ถึงตัวหมูแล้วค่ะ
 

 

อาหารจานนี้นี่น่าสนุกมาก เพราะว่ากินกับซอสได้หลายอย่างมากเลยค่ะ
 

หลังจากกินกับซอสแอปเปิ้ลแล้ว เราก็มาลองกินกัน หอมซอย งาขาวและวาซาบิกันบ้าง
 

กินเสร็จไม่พอ เอาน้ำซุปที่เขาให้มาราดลงไปเล้ยยย

น้ำซุปนี่มีกลิ่นปลาแห้งนะคะเป็นน้ำใสแจ๋วเลยค่ะ แต่หอมกลมกล่อมมาก พอราดลงไป เหมือนกินอาหารอีกเมนูนึง .. ได้หลายอรรถรสเหลือเกิน.
 

ไหนก็สนุกแล้ว เราก็เลยเอาซอสต่างๆมาจิ้มหมูกันค่ะ 55555

มีซอสหวาน ซอสหวานน้อยอมเปรี้ยวของผลไม้หมัก น้ำสลัดครีมงา น้ำสลัดโชยุ มัสตาร์ด(มัสตาร์ดอันนี้ไม่เหมือนกับของฝรั่งที่เขาผสมน้ำส้มสายชูลงไปนะคะ อันนี้ไม่มีรสเปรี้ยวเลยค่ะ) พริกป่นยุสุ เกลือ และ โชยุ  โอ๊ย สนุกมากเลย ซอสแต่ละอย่างมันทำให้อาหารรสต่างไปเยอะเลยจริงๆ

 

น้ำสลัดเอาไว้ใส่กับกะหล่ำปลีซอยนะคะ เขาเสิร์ฟไม่อั้นเลย แต่ถ้าอยากจะลองเอามาทางกับคุโรบุตะคัตซึก็ไม่ว่ากันค่ะ


 

ที่ประหลาดใจที่สุดก็คือ "เกลือผสมเครื่องเทศ" คือ เกลือรสชาตินัวมาก ปกติเรากินเกลือเปล่าๆเนี่ย มันจะเค็มแหลมๆออกมาเลยใช่ไหมคะ แต่เกลืออันนี้รสชาติลงตัวมาก คือมันเค็มนะคะ แต่มันแอบทิ้งความหวานไว้นิ๊ดนึง ทำให้รสไม่แหลม แล้วก็หอมสมุนไพรมากเลยค่ะ แล้วเกลือที่นี่ก็ไม่ขาวด้วย ออกสีเหลืองๆ คงเป็นเพราะว่ามีเครื่องเทศในนั้นค่ะ


 

ไข่ออนเซ็นก็เอามาจิ้มเกลือ



สรุปว่าชอบเกลือที่ Maisen มาก ลองเอามาจิ้มหมูทอดก็เยี่ยม กินกับไข่ออนเซ็นก็ยอด คลุกข้าวกินก็ได้นะคะ ข้าวเปล่าๆเนี่ยแหล่ะค่ะ หันไปหาพนักงาน ขอซื้อเกลือกลับบ้านเลย ได้ยินเสียงหวานๆกลับมาว่า "ขอโทษด้วยค่ะ เราไม่มีเกลือขายแยก แต่มากินได้ที่นี่ตลอดเลยนะคะ" โอเคจ้า งั้นคราวหน้ามาใหม่นะ

 

ซอสเยอะขนาดนี้แล้ว เราจะกินให้ครบทุกรสได้อย่างไร .. เราแก้ปัญหาโดยการกินหมูของเพื่อนค่ะ

 

เธอคนนี้ได้ซอสแอปเปิ้ลเหมือนเราแต่เยอะเป็นถ้วยเลย แต่ได้ชีสมาถ้วยนึง เป็นฟองดูเอาไว้จิ้มจุ่ม


 

ดูเกล็ดขนมปังที่ตั้งขึ้นมาสิ เกล็ดเบากร๊อบกรอบ ... นี่ตลกรับประทานนะเนี่ย หยิบมาเลยชิ้นนึง


 

ส่วนคนนี้ได้กินแกงกะหรี่ ก็ขอชิมซักคำน่า นะ แล้วจะเอาหมูทอดมาจิ้มเกลือต่อ


หันซ้ายหันขวา .. เอาไงต่อดี


ชิมอีกหน่อยเนอะ

 

ตลกไปซักพัก เริ่มอิ่มมากจริงๆค่ะ ก็เลยสั่งขนม (เอ๊ะ ตะกี้ว่าอิ่ม) ขนมที่นี่มีหลายกลาย เราก็เลือกกินกันเบาๆ

 

เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัดตบท้ายค่ะ


 

อิ่มสุดๆเลยงานนี้ มีความสุขด้วย ก่อนจะกลับทางร้านมีแนะนำบัตรสมาชิกมาด้วยค่ะ ทำปุ๊บ ได้รับเซ็ตคุโรบุตะไปเลยชุดนึง

 

แต่ถ้าสั่งชุด คัตซึ ชีสฟองดู + ชุดคุโรบุตะ ซีรีย์ รับการ์ดไปฟรีๆเลยจ้า

 

ก่อนจะจากกัน ขอฝากรูปและเมนูเป็นที่ระลึกหน่อยนะคะ :)

 

เซตกิมจิที่ได้แย่งเพื่อนกินกันไป ชื่อ คุโรบุตะกิมจินาเบะ ค่ะ

ส่วนแกงกะหรี่ที่กินไปวันนี้ชื่อ คุโรบุตะทงคัตสึ

และเมนูสวยงามราวกับสวนดอกไม้ของเมย์ ฮ่าๆๆ ชื่อ คุโรบุตะ คัตซึมาบูชิ จ้า







วันนี้ต้องขอบคุณทางร้าน Maisen สาขารังสิตมากจริงๆ ที่ให้เกียรติเรามาชิมอาหาร แล้วก็ยังนั่งคุยกันตั้งนานสองนาน มาเล่าวิธีการทำทงคัตสึที่ตั้งใจทำสดกันชิ้นต่อชิ้นเลย ส่วนซอสก็น่าตื่นตาตื่นใจมากจริงๆ จิ้มมันทุกอย่างเลย ทำให้กินได้เยอะๆโดยไม่รู้สึกเบื่อหรือเลี่ยนค่ะ วันนี้ไปแล้วรู้สึกอิ่ม อร่อย สนุกมากๆจริงๆ


 

ติดตามคุยกันในเพจได้ที่นี่
 

พูดคุยเป็นการส่วนตัว ทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์ ความรู้ตัวได้ที่ @krumay



กรอกข้อมูลเพื่อรับข้อมูลมีประโยชน์ได้ที่นี่ คลิ๊กเลย

กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : ครูเมย์ KruMayExplorer
ครูเมย์เชื่อว่า ความรู้ ไม่ได้สำคัญที่สุดในการเรียนหนังสือ มนุษย์คนนึงจะรู้ได้ซักเท่าไหร่กัน เมื่อเทียบกับความรู้ของโลกนี้ที่มีอยู่ อัจฉริยะไอน์สไตน์ จะรู้ได้ถึง 1% ของความรู้ในโลกนี้ไหม
วิทยาการพัฒนาไปไกลมาก เปลี่ยนไปเยอะมาก ตอนนี้ มันเป็นโลกของการแบ่งปัน - แบ่งกัน ความขี้สงสัย กับ ความเอื้ออาทรต่างหาก ที่พาให้โลกหมุนไปได้ ติดตามมาคุยกันได้ที่เพจ www.facebook.com/KruMayExplorer

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles