[ article] ครูบอม...ศิลปินเพื่อคนยากไร้

 
 
 
“ผมอยากช่วยเหลือพวกเค้า แต่ตัวเองก็ไม่ได้มีกำลังมาก เป็นเพียงแค่ครูจบใหม่ จะทำยังไงดี??” นี่คือคำพูดของครูบอมที่ยังติดอยู่ในหัวผมตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา......

สวัสดีครับผมโด้นะครับ วันนี้อยากจะมาแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ที่เป็นเหมือนน้ำเลี้ยงหัวใจว่าประเทศเรายังมีคนดี ที่คิดดีทำดีอีกมากมายเพียงแค่เราอาจจะยังไม่รู้จักพวกเค้าเท่านั้นเอง วันนี้ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องราวของครูบอมครับ…

เมื่อเดือนที่แล้วผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่อุดรธานีเย็นวันนั้นผมก็ไปเดินเล่นที่ตลาดถนนคนเดินครับและนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมได้รู้จักกับครูบอม ผมขอเรียกว่าน้องบอมละกันนะครับ

 

นี่เป็นภาพแรกที่ผมได้เห็นน้องบอม ผมเดินเล่นผ่านด้านหลังน้องเค้าก็เล่นกีต้าร์รับเงินบริจาคทั่ว ๆ ไปครับ ผมเดินผ่านด้านหลังก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเป็นธรรมดาที่ตลาดแบบนี้จะมีนักดนตรีมาปล่อยของอยู่แล้ว พอเดินสุดทางก็ต้องวนกลับมาทางเดิมแต่เดินอีกซอย(เข้าใจไหมครับนี่ ฮ่าาา ผมอธิบายไม่ค่อยเก่ง) ขากลับนี่ผมต้องผ่านด้านหน้าน้องเค้าครับ ตอนแรกก็เกือบจะเดินผ่านไปแล้ว มาสะดุดตาตรงป้าย 3-4 อันที่ตั้งอยู่ด้านหน้าน้องนี่แหละครับเลยหยุดอ่าน
 

พออ่านผมรู้สึกแบบว่า น้องคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เค้าไม่ได้รับบริจาคเงินเพื่อเอาไปกินใช้ส่วนตัว แต่เอาเงินที่ได้ไปบริจาคต่อให้คนยากไร้ โอว์ มันสุดยอดมาก ๆ ผมชักอยากรู้จักน้องคนนี้เพิ่มแล้วสิ ผมก็เลยรอให้น้องเค้าเล่นเสร็จเพื่อเข้าไปคุยด้วย พอดีมีน้อง ๆ ที่ขายของร้านด้านข้างขอเข้ามาแจม ผมเลยมีจังหวะได้คุยกับน้องบอม
 

เราคุยกันหลายเรื่องครับได้ความว่าน้องเค้าชื่อบอม เพิ่งเรียนจบและสอบติดครูเข้ารับราชการครับ ผมเลยถามว่าอะไรคือจุดเริ่มต้นที่มาทำตรงนี้  “ผมอยากช่วยเหลือพวกเค้า แต่ตัวเองก็ไม่ได้มีกำลังมาก เป็นเพียงแค่ครูจบใหม่ จะทำยังไงดี??” นี่คือคำตอบจากน้องเค้าครับ ฟังแค่นี้ผมนี่อึ้งเลย ความคิดนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ น้องเค้าก็เลยเอาความสามารถที่มีมาแลกกับเงินเพื่อที่จะเอาไปบริจาคคนยากไร้ในหมู่บ้านครับ

ผมถามน้องบอมว่าแล้วมีเกณฑ์การเลือกผู้รับบริจาคยังไง น้องบอกว่าผมก็จะถามกับผู้ใหญ่บ้านเอาครับ ในวันที่ผมเจอน้องบริจาคไปแล้ว 3 ครั้ง ครั้งละ 2 พัน รวมทั้งหมดน้องก็หาเงินไปบริจาคได้แล้ว 6 พันบาทครับ เงินอาจจะไม่ได้มากได้มาย แต่ผมมองว่าการกระทำของน้องเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่มากครับ อันนี้ประทับใจสุด ๆ

นี่คือรถประจำตำแหน่งน้องเค้าครับแมงกาไซต์คันนี้พาน้องเค้าไปเล่นดนตรีหาเงินมาบริจาคสุดยอดไหมหละครับด้านขวาเป็นข้อความที่ผมได้พูดคุยกับน้องเค้าผ่าน Facebook ครับ คือแบบว่าน้องเค้าต้องผ่านอะไรหลาย ๆ อย่างในช่วงแรกทั้งความลำบาก ความเหนื่อย ความท้อ กว่าจะทำได้แบบวันนี้ ยิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งนับถือหัวใจน้องคนนี้เลยครับ ต่อไปจะเป็นภาพบางส่วนจากการบริจาคเงินของครูบอมนะครับ ทุกครั้งที่น้องไปบริจาคจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับหมด โปร่งใสดีครับ อันนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบเลย

 

มอบเงินครั้งแรก เป็นการมอบให้กับผู้หญิงที่พิการหลังจากคลอดลูกก็เดินไม่ได้ สามีก็ออกไปทำงานกลับบ้านก็ตอนค่ำ ๆ  ทางเข้าบ้านก็ลำบากครับเวลาฝนตกถนนนี่แทบจะขาดจากตัวเมืองเลย ไฟฟ้าที่บ้านก็ไม่มี แม้กระทั่งประตูบ้านยังไม่มีเลยครับ ผู้รับบริจาคเล่าว่าได้เงินผู้พิการจากรัฐบาลเดือนละ 800 บาทเพื่อประทังชีวิต
 
มอบเงินครั้งที่ 2 คุณยายอายุ 96 ปี(อายุยืนมากกกก) ตาบอดสนิท 2 ข้าง อยู่บ้านคนเดียวสภาพบ้านอย่างที่เห็นครับมีแค่สังกะสีล้อมบ้าน มี เพื่อนบ้านที่ช่วยดูแลตามมีตามเกิดครับ ผมจินตนาการไม่ถูกเลยถ้าผมมองอะไรไม่เห็นแล้วต้องอยู่บ้านคนเดียวอย่างนี้จะทำยังไง น้องเล่าผ่าน Facebook ว่ายายพูดกับน้องด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงว่า “ (ภาษาอีสาน)..หาคนมาอยู่กับยายได้ไหม...ยายเหงา...ยายอยากมีเพื่อน...ได้ไหม” ผมอ่านแล้วแบบว่า เข้าใจเลยว่าที่สุดแล้วชีวิตคนคนหนึ่งต้องการอะไร เงิน-ทองคือที่สุดของความต้องการของชีวิตจริง ๆ หรือ ตอนน้องมอบเงินให้ยายยังถามเลยครับว่า....มันคืออะไร????...มันคือเงิน...เอาไว้ให้ยายใช้จ่ายในยามจำเป็นครับ
 
มอบเงินครั้งที่ 3 คุณยายอายุ 75 ปี อยู่กับลูกและหลานชาย หลานเป็นเด็กดีเรียนดีครับ ยายมีโรคแทรกซ้อนเยอะ ลูกชายรับจ้างทำงานทั่วไปบางวันก็ไม่มีคนจ้างงานก็ไม่มีรายได้ ผนังและพื้นบ้านก็ผุพังอย่างที่เห็นครับ น้องบอมเล่าว่า “วันหนึ่งถ้ามีโอกาสผมจะมาสร้างพื้นบ้าน..ฝาผนังบ้านให้ยายครับ...” ผมหละนับถือหัวใจน้องคนนี้จริง ๆ

นี่คือ 3 เคสแรกที่น้องมอบไปครับเงินทั้งหมดจำนวน 6 พันบาทล่าสุดน้องอัพเดทมาว่าตอนนี้ผมมอบเพิ่มเติมไปอีกรวมทั้งหมด 6 เคสแล้วนะครับพี่ ยอดเงินที่บริจาคไปตอนนี้  10,500 บาทแล้วครับ
 
ขอแถมอีกเคสนึงละกันนะครับตอนแรกว่าจะเขียนแค่ 3 เคส เคสนี้น้องไปเจอโดยบังเอิญเป็นคุณตาขายไอติมและนี่คือภาพแรกที่น้องเห็นคุณตา

 

เป็นผมก็ตกใจครับ คุณตาเป็นอะไรหรือป่าว พอน้องเข้าไปดูใกล้ ๆ ปรากฏว่าตาแกเหนื่อยครับเลยขอเอนกายใต้ร่มไม้สักหน่อย
 

คุณตาอายุ 74 ปี เมื่อก่อนทำประมง ปีนไปตัดไม้ไผ่มาทำเครื่องมือจับปลาแล้วพลาดตกลงมาตอนนี้เลยยกเท้าลำบาก เดินไม่ค่อยสะดวกครับ รถไอติมคันที่เห็นนี่คุณตาก็ไม่สามารถปั่นได้นะครับใช้เข็นเอา สู้ชีวิตมาก ๆ กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะเหลือประมาณ 130 บาทต่อวันเท่านั้นเอง เอาจริง ๆ นะครับชีวิตในเมืองบางทีเงินนี่ได้แค่กาแฟแก้วเดียว T_T อ่านเท่านี้ผมตระหนักถึงการใช้จ่ายของตัวเองเลยหละครับ แต่คุณตาก็ไม่เคยยอมแพ้ยังทำงานหาเลี้ยงตัวเองต่อไป คุณตาขายไอติมแท่งละ 10 บาท 5 บาทแกก็ขายครับ น้องบอมเลยเหมาคุณตาหมดรถเลยครับ 14 แท่ง ให้ไป 500 บาทเพราะอยากช่วยเหลือคุณตา ไอติมที่ได้มาก็เอามาแบ่ง ๆ รุ่นน้องในคณะครับ
 

ภาพน้อง ๆ ที่มหาลัยได้รับไอติมไปกินกันอย่างอร่อยเลยครับจากการช่วยเหลือคุณตา การให้นี่ไม่มีวันสิ้นสุดครับขอแค่เพียงจิตเราต้องการจะให้
 

ขอจบบทความนี้ด้วยภาพถ่ายคู่กับน้องบอมที่ตลาดถนนคนเดินในวันที่ผมไปเจอกับน้องบอมครั้งแรกนะครับ ด้านหลังเป็นน้อง ๆ ที่ขายของร้านข้าง ๆ มาขอแจมเล่นดนตรีรับเงินบริจาคช่วยกันครับ บ้านเมืองเรายังมีสิ่งดี ๆ อีกมากมายขอเพียงแค่เราช่วยกันคนละไม้คนละมือ อย่างน้อยการที่เราได้แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ก็จะช่วยให้เราและคนที่เราแบ่งปันให้มีความสุขแล้วครับ ^_^

ปกติผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับสุขภาพและการออกกำลังกายสามารถติดตามบทความของผมได้ที่ www.pantae.com/blog/VchangeGroup
สามารถเข้าไปพูดคุยกับผม โด-D-โด้ ได้ที่ Fan Page : www.facebook.com/VchangeGroup
และสามารถเข้าไปพูดคุยหรือติดตามครูบอมได้ที่ Facebook : www.facebook.com/bomb.rachavat

หากเห็นว่าสิ่งที่บทความนี้มีประโยชน์อ่านแล้วอย่าลืมแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ของคุณเห็นกันเยอะ ๆ นะครับอย่างน้อยอ่านแล้วจะทำให้เรายิ้มได้ และเรื่องนี้อาจจะไปถึงหน่วยงานที่ต้องการสนับสนุนเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกด้วย
ขอบคุณครับ โด-D-โด้ ^_^
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : โด-D-โด้
ผมอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้นจึงอยากบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลตัวเองและการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ และสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาแม้ไม่มีอุปกรณ์ครับผม ^_^ คุยกันต่อที่ www.facebook.com/VchangeGroup

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles