[ article] มหากาพย์โอนิซึกะ ตำนานอหังการรองเท้าแดนปลาดิบเขย่าโลก

 
 
 
เนื่องจากผมชอบรองเท้าแบรนด์นี้มานาน แล้วมาเจอว่าประวัติความเป็นมานั้นก็น่าสนใจ อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจดี จึงได้รวบรวมข้อมูลประวัติของรองเท้าโอนิซึกะและเขียนเรียบเรียงใหม่ในฉบับย่อ เพื่อให้เพื่อนๆที่สนใจได้อ่านกัน หากผิดพลาดประการใด สามารถคอมเม้นให้ผมแก้ไขได้เลยนะคับ 

......โอนิซึกะ รองเท้าแห่งความหวัง......
ย้อนไปสมัยสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่2 ในปี ค.ศ. 1945 อย่างที่เรารู้ๆกันว่าญี่ปุ่นนั้นบาดเจ็บสาหัสมาก ทั้งแพ้สงคราม, โดนทิ้งระเบิดปรมาณู, โดนอเมริกาและโซเวียตยึดเมืองขึ้นและเกาะต่างๆไปอีก(เคราะห์ซ้ำกรรมซัด) หลังจากนั้นเพียง 3 ปี ในปี ค.ศ. 1949 รองเท้าโอนิซึกะได้ถือกำเนิดขึ้น จากแรงบันดาลใจของนาย คิฮาชิโร โอนิซึกะ ที่อยากจะฟื้นฟูความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ให้กลับมามีชีวิตชีวาและกระตุ้นความเป็นหนึ่งเดียวกันของชาวญี่ปุ่นด้วยกีฬา หลังบอบช้ำจากสงครามโลก โดยเริ่มต้นจากการผลิตรองเท้าผ้าใบสำหรับเด็กนักเรียน

 
คิฮาชิโร โอนิซึกะ สมัยหนุ่มๆ
 


ความท้าทายครั้งแรก : ก้าวเข้าสู่สายกีฬา
ผลิตภัณฑ์รองเท้ากีฬาอย่างแรกของโอนิซึกะ ไทเกอร์ คือรองเท้าบาสเก็ตบอล ในยุคนั้นรองเท้าบาสเก็ตบอลนั้ทำยากที่สุดในบรรดารองเท้ากีฬา นายโอนิซึกะคิดว่าถ้าเค้าก้าวข้ามอุปสรรคใหญ่นี้ไปได้ อุปสรรคปัญหาอื่นๆก็สบายและ
ต้นแบบรองเท้ารุ่นแรกเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. 1950 มีรูปหน้าเสือตกแต่งบนรองเท้าซึ่งต่อมากลายเป็นโลโก้ของ Onitsuka Tiger

 
ต้นแบบรองเท้าบาสเก็ตบอลรุ่นแรก
 

นายโอนิซึกะเอารองเท้าต้นแบบไปให้ชมรมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนมัธยมโกเบ ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นทีมที่เก่งที่สุด
ทดลองใส่และปรับปรุงรองเท้า ครึ่งปีต่อมา เค้าก็ได้เปิดตัว OK BASKETBALL SHOES ซึ่งก็ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี

 
OK BASKETBALL SHOES
 

หลังจากนั้นก็เริ่มขยายไปทำรองเท้ากีฬาวอลเล่ย์บอล
ต่อมาในปี ค.ศ. 1953 นายโอนิซึกะซึ่งไม่หยุดคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา ด้วยความหมกมุ่นพบเจออะไรก็ลิ้งไปกับเรื่องพัฒนารองเท้าตลอด ตอนกินข้าวเย็นก็ไปสังเกตเห็นหนวดปลาหมึกในสลัดปลาหมึกว่ามันดูดติดกับชามสลัดอยู่

 
หน้าตาสลัดปลาหมึก
 

เลยได้ไอเดียที่จะทำพื้นรองเท้าให้มีปุ่มดูดหนึบๆ ซึ่งมีประโยชน์ทั้งตอนออกตัวและตอนเบรค ออกมาเป็นรุ่นชื่อว่า SUCTION-CUP BASKETBALL SHOES (Suction-Cup=ถ้วยดูดแบบหนวดปลาหมึก)
แต่ปรากฎว่ารุ่นแรกที่ออกมาหนึบเกินเบรคดีเกินไป นักกีฬาก็เลยหัวทิ่มกันเป็นแถวสิฮะ เจ็บกันถ้วนหน้าเลยจ้า
นายโอนิซึกะเลยต้องใช้เวลาพัฒนาต่ออีก 6 เดือนจึงจะออกมาใช้งานได้ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากๆ

 
SUCTION-CUP BASKETBALL SHOES
 

หลังจากขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โอนิซึกะก็ขยายไปสู่กีฬาอื่นๆเช่น มาราธอน, เต้น, วอลเล่ย์บอล(เพิ่มประสิทธิภาพ), สกี, ปีนเขา, ยิมนาสติก, วิ่งระยะสั้น, กระโดด, เทนนิส, รองเท้าบูทสำหรับผู้หญิง, กอล์ฟ, มวยปล้ำ(เพิ่งรู้ว่ามีรองเท้าเฉพาะด้วย)
จุดประกายเล็กๆในอ่างน้ำร้อนเปลี่ยนโลกกีฬามาราธอน
ในปี ค.ศ. 1959 ขณะที่นายโอนิซึกะกำลังแช่น้ำร้อน สังเกตว่านิ้วเท้ามันเหี่ยว เลยคิดไปถึงนักวิ่งมาราธอน
สำหรับนักวิ่งมาราธอนในสมัยนั้นแล้ว  ไม่มีรองเท้าไหนบนโลกที่ทำให้เค้าวิ่งแล้วเท้าไม่พองได้ จนนักกีฬาชินว่าวิ่งแล้วต้องเท้าพองเป็นเรื่องปกติ นายโอนิซึกะเลยตั้งเป้าที่ท้าทายขึ้นมาใหม่ว่า จะทำรองเท้าที่ใส่วิ่งมาราธอนแล้วเท้าไม่พองให้จงได้!!

 
ให้ดูหน้าตารองเท้ามาราธอนของโอนิซึกะก่อนมีไอเดียรองเท้าวิ่งแล้วไม่พอง
 

จากการศึกษาก็พบว่า ที่เท้าพองเพราะความร้อนที่เกิดจากกระแทกและเสียดสีระหว่างเท้ากับพื้น
เค้าเลยทดลองใช้หลักการเดียวกับระบบ water cooling system ในรถยนต์มาใช้กับรองเท้า นั่นคือเอาน้ำมาใส่ในพื้นรองเท้า
(นวัฒกรรมใหม่ของวงการรองเท้าเลยนะนั่น!!)

ผลคือแป๊กคับ(แป๊กในสนามซ้อมไม่ได้ทำขาย) เพราะรองเท้าหนักมาก แถมคนที่ใส่ยังเท้าเปียกและเปื่อยอีกตะหาก(ท่าทางน้ำจะซึม)
ก็ต้องหาวิธีอื่นกันต่อไป

ไม่เป็นไรเอาใหม่ ระบบต่อไปคือ air-cooled engines ของมอเตอร์ไซค์!! คือมีช่องลม ให้ลมได้หมุนเวียนถ่ายเทความร้อนออก!! อันนี้เวิร์ค ในที่สุดก็ออกมาเป็นรุ่น MAGIC RUNNER วิ่งแล้วพองน้อยลงอย่างได้ผลจิงไรจิง

 
MAGIC RUNNER
 

กำเนิดลวดลายในตำนาน Onitsuka Tiger Stripes
Onitsuka Tiger Stripes คือลวดลายที่เราทุกคนเห็นกันอย่างคุ้นชินบนรองเท้า Onitsuka Tiger เอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ทั่วโลกรู้จัก Onitsuka Tiger ในปี ค.ศ. 1965 ได้เริ่มทำการออกแบบลวดลายที่จะใช้วางลงบนรองเท้าที่จะใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกที่ประเทศเม็กซิโก ลวดลายดังกล่าวได้ถูกคิดและสร้างขึ้นมาจากคนในองค์กร โดยที่ลวดลายที่เกิดขึ้น ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก เกลียวคลื่นจากมหาสมุทรผสมกลมกลืนไปกับรูปภาพของเมืองโกเบเมืองท่าที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น

ในปี ค.ศ. 1966 ลวดลายดังกล่าวได้ถือกำเนิดขึ้น โดยถูกเรียกว่า “Mexico Line”
“Mexico Line” ได้อยู่บนรองเท้าของนักกีฬาตัวแทนชาวญี่ปุ่น ลงแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปี 1968 ที่ประเทศเม็กซิโก โดยใช้สำหรับรองเท้ากีฬาประเภท Soccer, Runspark, Limber Up, Tracks
ในปี ค.ศ. 1970 นักกีฬาตัวแทนชาวญี่ปุ่นก็ได้สวมใส่รองเท้า ที่มี Mexico Line ร่วมแข่งขัน Asian Game ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ในปี ค.ศ. 1979 ได้เปลี่ยนชื่อจาก Mexico Line เป็น Asics Tiger Stripes
ในปี ค.ศ. 2003 เปลี่ยนชื่อเป็น Asics Stripes
และในปี ค.ศ. 2012 ลวดลายนี้ได้ถูกใช้ในรองเท้าของ Onitsuka Tiger ดังนั้นจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Onitsuka Tiger Stripes

 
Onitsuka Tiger Stripes
 


กำเนิดลูกเทพ
ในปี ค.ศ. 1962 Phil Knight และ Bill Bowerman มาติดต่อตาโอนิซึกะ ให้เข้าไปขายใน USA ภายใต้แบรนด์ใหม่ชื่อ Blue Ribbon Sports หรือ BRS ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่ว่าหลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1971 Bowerman ได้แยกออกไปเปิด Nike Inc. และปีต่อมา BRS Inc. และ Onitsuka Tiger ได้แยกบริษัทออกจากกันอันเนื่องจากความขัดแย้งกันทางธุรกิจ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1981 BRS Inc. และ Nike Inc. ได้รวมบริษัทเข้าด้วยกัน จึงเปรียบได้ว่า Nike นั้นเป็นลูกที่คลอดออกมาจาก Onitsuka ก็ว่าได้ (ถึงแม้จะจบไม่สวยก็เถอะ)

 
NIKE และ BRS
 


กำเนิดASICS
ในปี 1977 โอนิซึกะ ไทเกอร์ ได้รวมเข้ากับ บ. GTO และ JELENK(ตอนแรกอ่านเป็นเจ๊เล้ง -.-") ก่อตั้งเป็น บ. ASICS

ชื่อ ASICS มาจากนายโคเฮ โฮริ (Kohei Hori) ที่ปรึกษาทางธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นและสหายร่วมรบในสงครามโลกที่สนิทกัน
ซึ่งคนนี้เป็นเสนอคำสอนของ Juvenal กวีที่มีชื่อเสียงของโรมว่า

"Anima Sana in Corpore Sano"

แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า

"If you pray to God, you should pray for a sound mind in a sound body"
หากคุณอธิษฐานถึงพระเจ้า คุณควรอธิษฐานถึงเสียงของจิตใจในเสียงของร่างกายด้วย

คำมันอาร์ทไปหน่อย แปลให้เป็นรูปธรรมขึ้นคือ 

“a healthy mind in a healthy body”
สุขภาพจิตที่ดีในร่างกายที่แข็งแรง

และคำๆนี้ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจ และวิสันทัศน์ของโอนิซึกะ ที่จะผลิตรองเท้ากีฬาสุขภาพของเยาวชนผ่านกีฬา เมื่อนำตัวอักษรหน้ามาประกอบกันก็ได้คำว่า "ASICS" ซึ่งเป็นชื่อของบริษัทในปัจจุบันนั่นเอง

โดยแบรนด์ ASICS เองจะเน้นเรื่องรองเท้ากีฬาที่มีเทคโนโลยี GEL เค้าบอกว่าเป็น Cushioning technology ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้ผู้สวมใส่ให้เล่นกีฬาได้หนักขึ้น โดยออกแบบไปตามแต่ละประเภทของกีฬา (เรื่องGELนี่ผมยังไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่ ใครรู้ช่วยเปิดหูเปิดตาให้กระผมด้วยครัช)

 
ASICS
 


ส่วน Onitsuka ก็กลายมาเป็นรองเท้าแฟชั่นโดยยังคงมีดีไซน์ตามรุ่นต่างๆที่เคยใช้ในการแข่งขันกีฬาในอดีต

จบบริบูรณ์

ผิดพลาดประการใด ขออภัยล่วงหน้านะคับ เพราะผมชอบเลยศึกษาหาข้อมูลมาและอยากแชร์คับ

 
Created date : 23-11-2015
Updated date : 23-11-2015
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : Sam, Inspire Eater
ผมเชื่อว่าแรงบันดาลใจสำคัญมากต่อการขับเคลื่อนตัวเองให้ผ่านอุปสรรคต่างๆ ผมเคยเป็นคนไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีเป้าหมายมาก่อน แต่เมื่อผมได้ลองขับเคลื่อนตัวเองด้วยแรงบันดาลใจที่มากพอมา 4-5 ปี ผมพบว่าชีวิตที่มีแรงบันดาลใจกับไม่มี ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ติดตามได้ที่ เพจ Peeling The Mango และ เพจ Japan Memo

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles