[ article] 11 ความจริงคนทำงาน! เพิ่งค้นพบ! หลังเรียนจบ จนทำงานครบ 5 ปี! [Pingko : The Skeptical]

 
 
 
หลังจากที่เล่นพันทิพอยู่สักพัก เลยอยากเอาเรื่องนี้มาแชร์ 
เป็นประสบการณ์จริงที่อยากส่งต่อคะ 

เรื่องเล่าถึงคนอายุ 22 ปี (เด็กจบการศึกษา)
จากคนในอนาคตข้างหน้า 5 ปี (คนธรรมดาอายุ 27)
ที่ตั้งใจเขียนเรื่องนี้เพราะนึกถึงตัวเองตอนที่เรียนจบ ป.ตรีใหม่ๆ แล้วต้องมาเจอโลกความเป็นจริง
ตอนนั้นคิดในใจว่า ไม่เห็นมีใครบอกเราก่อนเลย ว่ามันเป็นแบบไหน เราจะได้เตรียมตัว
(นึกถึงตอนรุ่นพี่ในมหาลัย ที่จะมีรุ่นพี่มาบอกว่า น้องๆๆๆเรียนวิชานี้ ตัวนี้วิตามิน 
หรือไม่ก็ น้องๆๆๆ พี่ว่าคะแนนแบบนี้ ดรอปก่อนๆๆ เดี๋ยว F ) 

และถ้าคุณอายุ 22 หรือกำลังสับสน คนในอนาคต(22+5) จะเล่าว่า

1.โลกของการเรียนและโลกการทำงานต่างกันอย่างลิบลับ 
ตอนเรียนเคยคิดว่าถ้าได้ทำงาน คงได้สนุกแน่ๆ ได้ใช้ความสามารถที่เรียนอย่างเต็มที่ สู้!!!
ไหนจะได้อิสระจากที่บ้าน มีเงินเดือนเป็นของตัวเอง ชีวิตสวยงามมมม 5555 คือ คิดเอาเอง...ตามภาษาเด็กจบใหม่ ไฟแรงม๊ากมากๆๆ
แต่เอาเข้าจริงแล้วนะ งานที่เราทำน่ะ ก็จะเป็นไปหัวหน้าบอกน่ะ ห้ามซน อย่านอกกรอบ 
อย่าลืม!!!! ว่าเราเป็นเด็กจบใหม่ เรายังไม่เข้าใจธุรกิจ ไม่เข้าองค์กร หัวหน้าเลยก็ต้องค่อยๆลองฝีมือเป็นธรรมดา สู้!!!

2.งาน(แรก)ต้องเลิศ ออฟฟิศต้องสวย เงินต้องดี เราต้องละเอียดในการเลือก พินิจ 
ตอนนั้นใส่ใจสุดดดดด ให้รายละเอียดในการเลือกม๊ากกกก 
นู้นไม่ได้ นี่ไม่ดี เงินน้อย บริษัทไม่ดัง ออฟฟิศไม่งาม แบบนี้.....เราไม่ทำ   (((  อีโก้พี่หนักจริง  ))) 
แล้วไงล่ะ ใครจะรับนางล่ะ
เอาเข้าจริงๆ เรื่องที่ต้องคิด คือ ให้ดูว่าประสบการณ์จากงานนั้นๆ 
เลือกงานสอดคล้องกับสิ่งที่เราอยากจะเป็น อยากจะมี หรืออยากจะทำในอนาคต
ถ้าเรามองแต่องค์ประกอบที่ไม่ใช่ตัวงาน เราก็จะทรมานการเนื้องานที่อยู่กับเราวันละ 8 ชั่วโมงนะจ๊ะ



ฝากติดตามด้วยนะคะ 
ถ้าชอบ กด ไลค์ และช่วยแชร์เป็นกำลังใจให้คนทำงานและคนทำงานมือใหม่ด้วยนะคะ

== Pingko : The Skeptical ==

3.งานคือส่วนนึงของชีวิต แต่ไม่ใช่คือทั้งหมดของชีวิต 
เรามักหลงไปว่า งานจะเป็นทุกอย่างของชีวิต ทั้งเงิน หน้าตาทางสังคม 
แต่จริงๆแล้วงานเป็นสิ่งที่”สอดคล้อง"กับทุกมิติชองชีวิต ซึ่งประกอบด้วย การงาน เงิน สุขภาพ ครอบครัวและความสัมพันธ์ สังคม และจิตวิญญาณ ทั้งหมดต่างเป็นองค์ประกอบของกันและกัน บางเรื่องที่ขาดตกบกพร่อง ก็มักจะส่งผลกับเรื่องอื่นๆด้วย



4.ชีวิตจริงมีทางแยกเยอะ......เยอะแบบ  เยอะมาก  (เลือกตามความจุดยืนของตัวเอง)
ตอนเข้ามัธยมปลาย เลือกสายวิทย์ สายศิลป์ (2 ตัวเลือก เบาๆ)
ตอนเข้ามหาวิทยาลัย เลือกคณะ (20 ตัวเลือก เก๋ๆ)
ตอนเรียนจบ เลือกอาชีพ เลือกที่ทำงาน เลือกทางเดินชีวิต ฯลฯ ((( มึนคะ เยอะจริงๆ )))
แต่ดีงามตรงที่มีทางให้เลือกนะคะ
อ่ะ...ด้วยทางเลือกที่หลากหลายแล้วนะ เพื่อไม่ให้เวิ่นเว้อ ให้เอาทักษะการตัดสินใจมาใช้
อย่างนึงที่ช่วยให้เราตัดสินใจได้ดี คือ สัญชาตญาณและจุดยืนที่ชัดเจน ตอบไปชัดๆ ว่า ใช่!! อันนั้นแหละค่ะ



5.เด็กคนเดิมยังอยู่กับเรา แต่เป็นคนที่เก่งขึ้น
ตอนสมัยเรียนเวลามองผู้ใหญ่ โอ่...เขาดูโตนะ เก่งด้วย 
เมื่อโตขึ้น อายุเท่าผู้ใหญ่ที่เห็น คิดกับตัวเอง เราก็เด็กคนเดิมนิ่
เลยเริ่มเข้าใจแล้วว่า ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ เราจะยังมีความเป็นเด็กคนเดิม เราคนเดียวกันนั้นแหละ
แต่จะเข้าใจอะไรๆมากขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น 
และถ้าถามว่าเมื่อไหร่ที่เรียกว่า เราโตเป็นผู้ใหญ่ 
คำตอบก็คือ วันนี้นี่แหละ



6.อาชีพที่ดี งานที่ดี คือสิ่งที่เรารักและสิ่งที่ทำให้เราได้เป็นตัวเอง
อาชีพและงานมีให้เลือกเยอะไปหมด แต่เรากลับไม่รู้ว่าเราอยากทำอะไร 
วิ่งไปถามจากรุ่นพี่บ้าง อ่านหนังสือเยอะมากๆ เพื่อหาคำตอบ 
จนได้คำตอบซ้ำๆกันแบบหนึ่งเดียวว่า มันต้องเป็นสิ่งที่เรารัก "แต่ต้องโคตรรักในสิ่งที่ทำ" แบบเป็นตัวเอง
((ถ้ายังไม่เจอสิ่งที่รัก ให้ตามหา อย่างมีหวัง สิ่งนั้นเพื่อชีวิตอนาคต)) 
((แต่ต้องโคตรรักในสิ่งที่ทำ เพราะนี้คือปัจจุบันทันตาจ่ะ)) 

7.ชีวิตต้องมีเป้าหมายของตัวเองแบบจริงจัง 
ก่อนเรียนจบ มีเป้าหมายว่า เรียบจบ รับปริญญา ทำงานออฟฟิศเก๋ๆ ขยับเป็นหัวหน้า แล้วก็ออกมาทำธุรกิจ สวยงามมมม
เอาเข้าจริงแล้วไม่ง่ายเลย เพราะทางเดินไม่เป็นก้าวแบบ ปี 1 ขึ้น ปี 2 และ ปี 3 อีกแล้ว 
เราไขว้เขวตามผู้คนรอบข้างบ่อยๆ  
เราจึงต้องมีเป้าหมายของตัวเอง 
ใช้มันเป็นหลักยึดบนทางเดินของเรา "เมื่อสับสน หลงทางให้มองมาที่มันบ่อยๆ"
(และต้องมีซอยระยะเป็น สั้น กลาง และยาวด้วยนะ)



8.คนทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องตัวเราเป็นหลัก 
เมื่อก่อนเราสนใจ ทุกคน ทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ 
คิดว่าใครๆต้องคิดนุ้นคิดนี้กับเรามากๆ 
แต่พอมานั่งย้อนคิด จริงๆแล้ว เราก็คิดเรื่องตัวเราซะมากกว่า 
คนอื่นๆเขาก็คิดเรื่องของเขาซะมากกว่า 
การอยู่ร่วมกันในสังคมผู้ใหญ่ อาจจะให้เราระแวง 
เราคิดเรื่องเราแบบพอควร เราใส่ใจเพื่อนแบบพองาม
ให้เกียรติและเคารพกัน น่ารักไม่ทำลายสังคม สู้!!!



9.เหงามาก เพื่อนหายไปหมดเลย
จากไม่เคยเหงา ก็ได้รู้จักกับความเหงาจริงๆจังๆ 
แต่พอคิดไปคิดมา เพื่อนเราก็เหงาเหมือนกันนิ่
ต่างคนต่างส่งข้อความหากันว่า “เหงาวะ คิดถึงวะ"
เข้าใจแล้วว่ายังมีคนเหงาเป็นเพื่อนอีกมาก หาเวลาไปทักทายกันก็หายเหงาได้มาก  



10.แท้จริงแล้วสิ่งสำคัญของชีวิต คือ ชีวิต เวลา มิตรแท้ และโอกาส
สั้นๆเลย.....เพราะทั้ง 4 สิ่งนี้ เงินซื้อไม่ได้



11.เมื่อสับสนมากๆ แบบสุดๆแล้วนะ 
ลองให้ธรรมะช่วยดู วิชาวิเศษที่มีอายุถึง 2500 กว่าปี
ธรรมะ คือความจริงช่วยคลายทุกข์ เปลี่ยนเป็นสุข 



{{ 11 ข้อ ที่ค้นพบเมื่อทำงานครบ 5 ปี  }}
1.โลกของการเรียนและโลกการทำงานต่างกันอย่างลิบลับ
2.งานแรกไม่ใช่งานสุดท้าย เลือกให้เหมาะกับชีวิตตลอดเส้น
3.งานคือส่วนนึงของชีวิต แต่ไม่ใช่คือทั้งหมดของชีวิต 
4.ชีวิตจริงมีทางแยกเยอะ ให้เลือกตามความจุดยืนของตัวเอง
5.เด็กคนเดิมยังอยู่กับเรา แต่เป็นคนที่เก่งขึ้น
6.อาชีพที่ดี งานที่ดี คือสิ่งที่เรารักและสิ่งที่ทำให้เราได้เป็นตัวเอง
7.ชีวิตต้องมีเป้าหมายของตัวเองแบบจริงจัง 
8.คนทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องตัวเราเป็นหลัก แต่ต้องให้เกียรติกับผู้คนเสมอ
9.เราเหงามาก เพื่อนก็เหงาเป็นเพื่อนกัน 
10.แท้จริงแล้วสิ่งสำคัญของชีวิต คือ ชีวิต เวลา มิตรแท้ และโอกาส
11.ธรรมะ จะช่วยเราสุขได้ เมื่อทุกข์เสมอ


ประสบการณ์ชีวิต สอนให้เราได้เข้าใจอะไรๆมากขึ้นเสมอๆซินะ
แถมยังช่วยอุดรอยรั่วให้เราได้เดินให้เร็วขึ้น สนุกขึ้น และชัดเจนกับชีวิตเรามากขึ้น

ทั้งหมดหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่อ่านนะคะ
ฝากติดตาม ถ้าหากชอบฝากกดแชร์ ถ้าเป็นประโยชน์ก็ฝากแชร์ให้เพื่อนๆด้วยนะคะ
                                                 
== Pingko : The Skeptical ==
Created date : 24-11-2015
Updated date : 24-11-2015
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : Pingko The Skeptical
ปิงเดินทางตามตัวตน ตาม passion จนปัจจุบันมาอยู่ในหน้าที่"ที่ปรึกษาทางด้านการศึกษา" ตรงนี้ทำให้ปิงได้มีโอกาสพบปะกับพูดคุยกับคนมาเป็นพันๆคน คำถามเกิดขึ้นตรงนี้และคะ ใคร? ทำอะไร? ที่ไหน? แล้วสำเร็จได้เพราะอะไร ติดตามได้ที่ เพจ Pingko The Skeptical

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles