[ review] [รีวิว] ร้านโบเทจู (Botejyu) รสชาติโอโคโนมิยากิ ต้นตำหรับ Osaka ณ ไทยแลนด์

 
 
 
ต้นตำหรับมาเอง…จาก Osaka ถึง Thailand… เค้าไม่ได้มาเล่นๆ แต่ถอดฉบับคันไซมาเป๊ะๆ
 
   ทรายสีสวัสดีค่ะ… ก่อนอื่นทรายก็ต้องขอบคุณทางร้าน โบเทจู (Botejyu) ที่ใจดีเชิญทรายมาชิมอาหารสูตรเด็ดตำหรับโอซาก้า เจแปน พลันหวนรำลึกถึงความหลังครั้งที่มีความสุขกับเพื่อนๆที่ญี่ปุ่นนะคะ

   ต้องบอกว่าปลาบปลื้มมากที่ได้ทานโอโคโนมิยากิเยี่ยงต้นฉบับอีกครั้ง… สมัยวัยรุ่น (อ้อยยยย เหมือนจะแก่) เพื่อนๆชาวปลาดิบเคยพาไปทานที่ร้านหนึ่งในย่านโอซาก้า แล้วบอกว่า “นี่คืออาหารที่ขึ้นชื่อในย่านนี้นะ ลองสิ” ไอ่เราก็บอก… กินเลย ไม่ลงไม่ลองหรอก จัดไป 2 จาน แฮ่… นั่นเป็นครั้งแรกที่ทรายได้ทานโอโคโนมิยากิค่ะ แล้วยังติดใจอยู่ทุกวันนี้… กลับมาเมืองไทย ทุกครั้งที่เข้าร้านอาหารญี่ปุ่น ก็จะแอบมองหาเมนูนี้เสมอ แต่ก็ไม่เจอรสชาติและความรู้สึกแบบที่เคยทานกับชาวยุ่น… วันนี้เป็นฤกษ์ดี ที่เจอรสชาติแบบนั้นแล้ว โอ้ยยย ดุจดั่งได้วาร์ปไปอยู่ที่โอซาก้าอีกครั้ง …คิดถึงเพื่อนๆมาก

 
   นี่คือภาพเก่าเก็บของทราย…สมัยไปแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นค่ะ (เหมือนจะพลีชีพ… ไม่บอกหรอกคนไหน อะฮุๆ) ไปแลกถึง 2 ครั้ง ก็ทำให้เราได้(โคตร)ประสบการณ์แบบเรียวๆที่ไม่ลืมเลือน โดยเฉพาะในเรื่องรสชาติอาหาร^^ …ขอบคุณนะก้ะ ขอบคุณ
 
แล้ว… สงสัยไหมแว้ …

โอโคโนมิยากิ คืออาหารประเภทไหนกันนะ…
-โอโคโนมิยากิ แปลว่า “ย่างตามใจชอบ”ก้ะ ราวๆว่า ชอบอะไรก็จับย่างลงกระทะเล้ยย… โอโคโนมิยากิคือการนำแป้งสาลีมาผสมกับวัตถุดิบต่างๆ เสร็จจึงนำมาย่างให้สุกบนกระทะแผ่นเหล็ก แล้วใส่ซอสสุดพิเศษด้วยเมื่อรับประทาน คล้ายแพนเค้กอะเนอะ หรือที่เรียกว่า พิซซ่าญี่ปุ่น …ชอบตรงที่ใส่กะหล่ำปลีหั่นนี่แหละค่ะ 
ที่ดังๆจะมี  2 ที่คือ โอซาก้า และฮิโรชิม่า ความแตกต่างคือ ของโอซาก้าจะเอาวัตถุดิบคลุกรวมกับแป้งแล้วย่าง มักผสมเนื้อหรืออาหารทะเลด้วย (ของโบเทจูใส่กุ้งตัวโตๆล่วยยย อิอิ) ส่วนของฮิโรชิม่า จะวางเป็นชั้นๆเห็นชัดเจน คือแป้งชั้นนึง ผักอีกชั้นหนึ่ง มักเรียกว่า ฮิโรชิมะยากิ

ทำไมโอโคโนมิยากิของที่นี่ถึงขึ้นชื่อนักนะ ฮะ
- เชื่อว่าย่านคันไซในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  นี่คือเมนูฮิตที่เลอค่า สำหรับยามขาดแคลนวัตถุดิบแถมยังรสชาติดีอีกด้วย นั่นคือการเอาแป้งมาผสมกับผักและเนื้อเล็กน้อย (ถ้าบ้านนั้นพอมี) ต่อมาโอโคโนมิยากิก็วิวัฒนาการตามสมัยมาเรื่อยๆ
จะกล่าวอีกอย่างก็คือ โอซาก้า ได้ชื่อว่าเป็นครัวของประเทศญี่ปุ่นมาแต่ไหนแต่ไรนั่นเองค่ะ ไม่แปลกที่อาหารจะรสชาติดี มีชื่อเสียง และมีวิวัมนาการ

สรุปแล้วโอโคโนมิยากิเริ่มต้นมาอย่างไร ใครเป็นผู้คิด
- ลือว่าที่มา มาจากอาจารย์ด้านการชงชา เซนโนะ ริคิว ใช้แป้งข้าวสาลีละลายน้ำ แล้วย่างในหม้อไฟ มาเป็นขนมกินคู่กับชา ต่อมาพัฒนานำแป้งมาย่างบนแผ่นเหล็ก (เท็ปปัง) หลังสงครามโลกจึงมีการผสมผักและเนื้อเข้าไปค่ะ แบบว่าครีเอทขึ้นเรื่อยๆเลย

 
################### บรรยากาศหน้าโครงการ ####################
 
อ้อ …ร้านอาหารโอโคโนมิยากิ ที่ญี่ปุ่นมีให้เลือก 2 ลักษณะนะคะ 
นั่นคือ แบบเราย่างเอง หรือ ร้านบริการย่างให้เลย เวลาเราจะไปทานต้องเลือกร้านให้ถูกนะคะ ทรายขอเลือกแบบย่างมาให้พร้อมเลยดีก่านะ ใจร้อน หิวง่าย555 ส่วนที่โบเทจู เค้าก็ปรุงสุกมาให้เรียบร้อยสวยงามพร้อมทานเลยค่ะ เนี่ยแหละ ดีงามมม

 
สำหรับร้าน โบเทจู นะคะ ตั้งอยู่ชั้น 2 ของโครงการ Nihonmachi ซึ่งติดกับ K-Village สุขุมวิท 26 เลยฮะ
 


################### บรรยากาศหน้าร้าน ####################
 
ส่วนประวัติร้านเนี่ย ทรายไปสืบมา ได้ความแว้ เป็นร้านตำหรับเก่าแก่ ตั้งแต่ ค.ศ. 1946
โดยชื่อร้าน Botejyu มาจาก

Bo-te คือเสียงการใช้ตะหลิวเหล็กพลิกโอโคโนมิยากิกลับด้าน (เคยเห็นกันมั้ย ที่เชฟจะสับมือพลิกตะหลิวไปมาเป็น 2 จังหวะ)
Jyu มาจากเสียงทอดร้อนๆของโอโคโนมิยากิบนกระทะเท็ปปัน (ฉ่า!!!!)

รวมแล้วเค้าจะสื่อว่า! >> Botejyu จะขอรักษา “เสียงแห่งความอร่อย” ให้คงอยู่ในอาหารทุกๆจานด้วยความรักและใส่ใจต่อไป !!! ไฮ้ยะ สุโค่ย เดสสส

 
   จุดพีคคือ ร้านนี้เป็นเจ้าแรก! ที่คิดค้นการทานโอโคโนมิยากิกับมายองเนส (สูตรเฉพาะจากทางร้าน) เป็นเจ้าแรกเลยฮ้า ก่อนที่มายองเนสจะกระจายความนิยมออกไปไกล… ซึ่งเราก็ทราบดีอยู่แล้วว่า แบบดั้งเดิมมีแค่แป้งกับน้ำ ต่อมาค่อยผสมผักและเนื้อลงไป แต่วิวัฒนาการความอร่อยไม่หยุดลงแค่นั้น เมื่อคิดค้นมายองเนสสูตรพิเศษมาทานร่วมกัน โดยทางร้านยังรักษารสชาติฉบับโอโคโนมิยากิไว้ แต่เพิ่มความเข้มข้นด้วยซอสมายองเนสสีขาวสูตรเฉพาะ แถมซอสก็เป็นสูตรลับอีกแหนะ …อย่างไรแล้วต้องมาลองเองค่า!!! ทุกท่านนน
 


ดูจากเมนูหน้าร้านแล้ววว อาหารน่าตาดีทุกเมนูเลยนะก้ะ
 
พูดขนาดนี้แล้ว ตามเข้าร้านมาเลยจ้ะ

################### บรรยากาศในร้าน ####################

 
อิรัสชัยมะเซะ!!!!
 
จุดแข็งที่ 2 คือ ด้านซ้ายมือค่ะ เชฟของที่นี่ต้องไปล่ำเรียนการทำโอโคโนมิยากิถึงญี่ปุ่น นั่นคือทุกท่านต้องได้ใบเซอร์มาให้ได้นั่นเองค่ะ แขวนเป็นเครื่องการันตีให้ทุกท่านเห็นกันจะๆเลยครับ
 


 
    ร้านโอโคโนมิยากิ มักจะแบ่งร้านเป็น 2 โซนก็คือโซนที่นั่งเคาเตอร์ หรือที่นั่งแบบโต๊ะ ร้านโบเทจูก็เช่นเดียวกันค่ะ มีทั้ง 2 โซนให้เลือก สำหรับที่นั่งแบบเคาเตอร์ก็จะใกล้ชิดพ่อครัวค่ะ ให้เราดูพ่อครัวสับตะหลิวทอดคาตาเลย และอีกหย่างนึงคือ สำหรับผู้ที่มาคนเดียวจะได้สะดวกด้วย ไม่เขิลลล







    การตกแต่งของที่นี่ก็สไตล์ญี่ปุ่น เรียบง่ายนะคะ คือใช้ไม้ตกแต่งเป็นหลัก ใช้โทนสีดำตำหรับร้านที่นี่ก้ะ… ร้านอาหารที่ดี งานบริการต้องเริ่ด ที่นี่ก็ไม่ขาดตกบกพร่องก่ะ วันนี้คนในร้านค่อนข้างเยอะเลย มีทั้งไทยและญี่ปุ่น ผู้ให้บริการก็พลอยใจชื้นที่ทุกคนชอบอาหารของที่ร้านกัน^^
 

ามทรายมาเจอความพีคที่ 3 และคือที่สุดของวันนี้กันดีกว่าฮะ …กับรสชาติต้นตำหราบบบบ
 
หิวมาก ตามมาเร่ง เอ้ย ดูวิธีการทำหน่อยฮะ ฉึบฉับๆ โช้งเช้งง  
 
   ดูจากมือที่พลิ้วจับตะหลิวด้วยความคล่องแคล่วเยี่ยงท่วงท่าสำนักกะเรียนทองเช่นนี้ ก็รู้ว่าอดทนฝึกมาตรากตรำแค่ไหน อยู่หน้าเตาด้วยอุณหภูมิย่างเกรียมขนาดนี้ต้องมีใจรักในอาหารตรงหน้าขนาดไหน โอ้โหท่าน นับถือๆ



    สำหรับแฟนๆ มาตามรับโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ Line@ ของโบเทจูนะคะ มีดีลพิเศษๆให้เรื่อยๆเลยยย ทรายก็แอดแล้ว รอคว้าดีลดีๆอยู่ก้า!! เพิ่มเพื่อนที่ @Botejyu นะคะ อย่าลืมใส่ @ นะค้าบ
กลับมานั่งรอที่โต๊ะ ดื่มชาอย่างใจเย็น
 
################### บรรยากาศหน้าจาน ####################
 
และแล้ว

โมเม้นที่รอคอย….
มาแว้ววว เมนูที่ทางร้านเลือกให้ เป็นเมนูแจ่มๆทั้งนั้นเลยก้ะ

โอ้ชชช น่าตาดี!


 
อิตาดากิมัสสส!!!!

การกินโอโคโนมิยากิ
ไม่ได้มีวิธีรีตองอะไรมากมายค่ะ ไม่มีท่าพิสดารกำหนดฮะ เพียงเค้าจะใช้ตะหลิวเหล็ก “โคเตะ”ที่ทางร้านวางไว้คู่กับตะเกียบตัดแบ่งโอโคโนมิยากิ แล้วใช้ตะเกียบคีบเข้ามาค่ะ… สำหรับผู้ที่รักโอโคโนมิยากิแบบถึงใจ เค้าก็จักมักใช้โคเตะตัดแล้วตักเข้าปากเลยค่า อินดีก้ะ 555

ตามมาที่จานแรก คือ! ทงเปยากิ พอร์ค (หมูห่อไข่)
เด่นที่มายองเนสท่วมๆ รสชาติพิเศษแบบไม่เลี่ยน มันๆ เจ้นจ้น แล้วเนื้อหมูด้านล่างสุกได้ที่ จึงนุ่มมมแล้วออกกรอบนิดๆ เข้าปากแล้วมันหงุบหงับ ผสมกันพอดีเบยยเทอววว
 
เหยยะ ตามมาที่จาน 2 อย่างต่อเนื่อง กับ โอมุโซบะ พรีเมี่ยม (ยากิโซบะห่อไข่สไตล์ญี่ปุ่น)
 
ฉ่ำอีกแล้ว ด้วยซอสมะเขือเทศและมายองเนสสส

จะมองทางไหนก็ดูดีไปหมด

...ผ่าออกมา เห็นเส้นยากิโซบะคลุกกันอย่างได้ที่ ม้วนอยู่ภายใน พลันนั้นจึงหยิบโคเตะสับลงดังโฉะ แล้วช้อนเข้าปาก เอ้ย! ยังๆ ตักมาไว้ที่จาน แล้วคีบเข้าปาก เคี้ยวแล้วรับรู้ถึงเส้นนุ่มๆสไตล์เจแปนจริงๆค่ะ รสชาติเส้นกับซอสเข้ากันได้ ไม่โดดจากกันมากเกินไป ลองทานทั้ง 2 รสนะคะ ให้ความรู้สึกแตกต่างก้ะ
 
( - กินไป ก็แอบมองดูโต๊ะข้างๆไปด้วย ดูเฮฮาดี กับคุณลุงชาวญี่ปุ่น 4 คนมากันเป็นก๊วน น่าจะหลังเลิกงานแล้วก็มาสังสรรค์กัน บรรยากาศชวนทำให้คิดถึงบ้านเกิดสินะคะ)

โอ้วว ยิงต่อเนื่อง จกไม่หยุด กับจานที่ 3 ฮาร์ดคอมากกกก กับ ทาโกยากิ ชีสและไข่
 




พินิศดูชีสและไข่ที่ไหลปนกันอยู่บนทาโกยากินั่นสิ ช่างน่าเอาตะเกียบจิ้มแล้วคีบดึงเข้าปาก

    ทาโกยากิของที่นี่ลูกใหญ่ดีค่ะ มีความแตกต่างจากของไทยก็คือ นุ่มนิ่มมากกก รสชาติแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นนน ถ้าคนไทยไม่ชอบก็ใส่ซอสปรุงรสเพิ่มเอานะคะ แต่ทรายสายฮาร์ดก็จ้วงหมดลูกแล้วต่อลูกสองค่ะ 5555

 
มา!!! พี่รับไว้เองงงง ลมปราณยังไม่แตกซ่านขอทะลวงความอร่อยต่อกับ โอซาก้า โอโคโนมิยากิ พรีเมี่ยม
สูตรเด็ดและพิเศษและแนะนำจากทางร้าน
 




...โคเตะสับที่เส้นผ่าศูนย์กลางพอดิบพอดี ส่งผลให้ไข่แดงแตกไหลย้อยลงมาผสมกับเนื้อโอโคโนมิยากิที่มีกะหล่ำปลีและหมูนุ่มคลุกกันอย่างเข้าเนื้อด้วยมายองเนสอยู่ภายใน ไหลรวมเข้ากับซอสสูตรพิเศษลับเฉพาะจากทางร้าน แล้วตักเข้าปากไปพร้อมกันเลยทั้งหมด อ้าหา!! ใช่เล้ยยย ซี๊ดดด

ทรายเจอกุ้งตัวโตๆข้างในนนนนนนน อ๊างงง

เอ้าหล่ะ สำหรับชาวสยาม …ถ้าต้องการเพิ่มรสชาติ เราสามารถใส่ซอสโอโคโนมิยากิแบบเผ็ดเหยาะลงไป แล้วตามด้วยคัตสึโอะบูชิ (ผงปลาโบนิโตแห้ง) แล้วสาด! ด้วยอาโอโนริ (ผงสาหร่ายเขียวแห้ง)น้ะก้ะ ทรายแนะนำก่ะ ลองดู
 




ปิดท้ายด้วย เลมอน ซาวา รสชาติเลม่อนนนโดดมากกก สำหรับเพิ่มพลัง (ตาเคลิ้ม) ให้กินต่อได้อีกก้ะ เหอๆๆ


 
   ารมาที่ร้านนี้ ทรายก็เหมือนได้วาร์ปมาที่โอซาก้าชั่วขณะ ทำให้นึกถึงสมัยร่วมจกโอโคโนมิยากิกับเพื่อนๆที่เจแปน… ถ้าได้มาเป็นครอบครัวก็คงแฮปปี้ไม่น้อย กับเมนูน่าตาดี ที่ลูกๆต้องร้องหูววว แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็จะรีบตักแบ่งให้ลูกที่ชิมที่จานคนแรก แล้วถ้าได้มากับเพื่อน ก็คงเฮฮาไม่หยอก แต่ละคนร่วมวงตัดแบ่งเยี่ยงพี่น้องร่วมสาบานแล้วสุดท้ายก็แย่งจกกินไม่เหลือซากปลาแห้ง แล้วถ้าได้มากับคนรักก็คงฟินเฟร่อออ ก็ผลัดกันป้อนไง ผลัดกันคีบให้อีกคน ป่ะโธ่! (ตบเข่าฉาด)
 
อบคุณโบเทจูมากๆนะก้ะ ที่มอบประสบการณ์ดีๆให้ทราย

…ไว้จะไปทานอีก แน๊น๊อนนน

 
Varin The Tale
คุยกันได้ผ่านที่นี่ก๊า : runtheworld
 
เวลาเปิดปิด
จันทร์ - ศุกร์ : เวลา 17.00 - 23.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ : เวลา 11.00 -14.00 น. และ 17.00 - 23.00 น.

 
ติดตาม FB ของร้านได้ที่นี่ค่า : คลิก

ดูรูปภาพทั้งหมดในแกลเลอรี่
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : Varin the tale
นอกจากการทำสิ่งที่ต้องทำ เพื่อตัวเองและตอบแทนคุณผู้มีพระคุณ... เป้าหมายกว้างใหญ่ของทรายสีนั่นคือ การค้นพบและขยายเรื่องราวเอกลักษณ์อันเฉพาะ (Art of culture and talented) ของชาวไทยให้มีความภูมิใจและเด่นชัดในระดับนานาชาติ... Branding ประเทศไทยให้เป็น Land of talented... อย่างน้อยในฐานะคนไทยที่รักในหลวง ติดตามต่อได้ที่ เพจ Run The World

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles