[ review] Review “เด็กเสิร์ฟ” ผู้ผลิตความสุข – โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง แจ้งวัฒนะ

 
 
 
เมื่อนึกถึง “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” หลายๆท่านที่เคยไปก็จะนึกถึง เบียร์ต่างประเทศ อาหารอร่อยๆ ขาหมู การแสดงชั้นเลิศ บรรยากาศที่สบายๆสนุกๆ อบอุ่นเป็นสถานที่ที่สามารถพาไปได้ทั้งครอบครัว อารมณ์ประมาณว่าเด็กนั่งได้ผู้ใหญ่อารมณ์ดี
ผมเพิ่งไป โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง
 แจ้งวัฒนะ มาเมื่อวันเสาร์กลางเดือนมกราคม
มาเปิดหูเปิดตาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างครับ เผื่อได้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ
 
ผมขอขอบคุณ “คุณชิ้ง #ChingCanCook”
ที่ให้เกียรติผมมาก ๆ ครับ เชิญผมมาร่วมทานอาหารมื้อนี้ด้วย
 คุณชิ้งนิสัยดี น่ารัก เป็นกันเองมาก ๆ เลยครับ ^^
 

แน่นอนครับ ผมมาถึงผมก็ “กิน” อย่างเดียวอาหารอร่อยครับ อร่อยทุกอย่าง ดูการแสดงสนุกดี เป็นการพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่ใช้ได้เลยทีเดียว  ผมเองช่วงหลังๆ รู้สึกว่าตนเองไม่ค่อยชอบความวุ่นวายสักเท่าไร  แต่นานๆทีมาเปลี่ยนบรรยากาศมาคึกครื้นแบบนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน
 

พอกินจนหายหิว ผมก็เพิ่งนึกออกว่าอยากเข้าห้องน้ำ  ผมจึงลุกขึ้นแบบเก้ๆกังๆมองซ้ายมองขวาหาห้องน้ำ
“ห้องน้ำอยู่ทางด้านขวาของเวทีค่ะ” (พร้อมผายมือไปในทิศทางของห้องน้ำ) 
เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งเดินยิ้มมาบอกทางด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรแบบกันเองแต่สุภาพ
“ออออ ขอบคุณครับ” ผมตอบพร้อมยิ้มรับความหวังดี
 

ผมขยับตัวเดินด้านข้างผ่านช่องว่างระหว่างโต๊ะออกมาถึงทางเดิน
“อว๋อออออ ข้าคือไอรอนแมนนนน จะมาปราบผู้ร้ายยที่ซ่อนตัวอยู่” เด็กผู้ชายผมทรงกะลาครอบอายุประมาณ 6-7 ขวบ วิ่งด้วยความเร็วเหมือนกำลังรีบไปทำภารกิจบางอย่าง
 
“อวื๋อออออออออ อ๋ออออออออ แอ้กกก!!!!” เสียงอุทานของเด็กทรงกะลาครอบ
 
ผมหันควับกลับไปมองตามเสียงทันที นั่นไงไอ้หนูวิ่งไปชนเด็กเสิร์ฟคนที่มาบอกทางผมเมื่อสักครู่จนได้ ชนแรงเสียด้วย   เด็กเสิร์ฟคนนั้นเซเสียหลักเกือบล้มเธอค่อยๆตั้งหลักขึ้นและยิ้ม ถามไอ้หนูไอรอนแมนด้วยความเป็นห่วงว่า “เจ็บตรงไหนไหมเอ่ย”
ไอ้หนูไอรอนแมนตอบสั้นๆว่า “ไม่ครับ” และวิ่งเล่นต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เด็กเสิร์ฟก็เดินไปดูแลลูกค้าต่อไปด้วยใบหน้าท่าทางยิ้มแย้มกระตือรือร้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน
 
ผมยืนดูอยู่ด้วยความห่วงใยเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วผมก็เดินต่อไปเพื่อเข้าห้องน้ำ
“สวัสดีครับ” พนักงานในห้องน้ำกล่าวทักทายด้วยยิ้มที่เป็นมิตร

(พอผมขอถ่ายรูป เค้าก็ยิ้มแป้นไม่อายไม่เขิน มีความสุขกับงานครับ เยี่ยมมากๆ)
พนักงานคนนี้ไม่เดินตามมานวดแต่อย่างใด เค้ายืนยิ้มเป็นมิตรนอบน้อมอยู่หน้ากระจก  ก่อนออกจากห้องน้ำพนักงานยื่นผ้าชุบน้ำอุ่นๆให้ ทุกอย่างคือการบริการด้วยรอยยิ้มแบบเต็มใจ และไม่มีการบริการอย่างยัดเยียดเพื่อต้องการทิปตอบแทนเลย
 
ผมเดินออกจากห้องน้ำ พร้อมกับเพลงจังหวะมันส์ๆ ขึ้นพอดี
ลูกค้าเริ่มลุกขึ้นมาเต้นทางเดินเริ่มแคบลงผมเดินไปตามทางพลางเต้นเบาๆตามจังหวะเพลง
ผมเดินมาถึงช่วงหนึ่งของทางเดิน ตรงนี้คนเต้นค่อนข้างหนาแน่นผมเดินด้วยความลำบาก  ผมเขยิบๆเดินด้วยด้านข้างแบบปู  ผมสังเกตเห็นคนที่เต้นได้สนุกที่สุดและชวนคนอื่นๆเต้นไปด้วยกัน อย่างสนุกสนาน คือคนตรงกลางที่... เอ๋ เต้นมันส์ ๆ นั่นเด็กเสิร์ฟนี่นา
คนตรงกลางที่เต้นสนุกที่สุด ที่เอนเตอร์เทนคนอื่นๆ คือเด็กเสิร์ฟครับ เต้นสนุกแบบอ่อนน้อมน่ารัก ๆ ตลก ๆ บ้างในบางท่า ^^ ทำให้ลูกค้าโต๊ะนั้นสนุกมีความสุขไปด้วย
     

ผมเดินมาเกือบถึงโต๊ะแล้ว เดินไปตามทางเรื่อยๆ ผมมาถึงจุดที่มีคนตั้งแถวสองแถวเอามือเกาะไหล่กัน ผมก็ลองเดินไล่จากหางแถวไปทางหัวแถว เดินไปเรื่อย ๆ  ผมเริ่มสังเกตเห็นแสงแวบ ๆ ให้เห็น
พอผมเดินมาถึงหัวแถวปุ๊ป ผมถึงบางอ้อทันทีที่เห็นพนักงานใส่ชุดหัวรถไฟ ที่แท้แถวที่ต่อๆนี่คือลูกค้าและพนักงานเด็กเสิร์ฟเล่นรถไฟเกาะไหล่กันมาเรื่อยๆ นี่เอง    
มันคือ...การเล่นของเราตอนเด็กๆนี่นา (ภาพวัยเด็กแว้บขึ้นมาทันที) ผมเหมือนจะรู้สึกได้ว่าผู้ใหญ่ที่ต่อแถวเล่นรถไฟก็คงนึกถึงความสนุกตอนเด็ก ๆ เหมือนกับผมนี่แหละแน่ๆเลย
 

ห้าทุ่มสิบนาที หนังท้องตึง (ตึงมากด้วย) หนังตาก็หย่อน งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา พวกผมห้าคนก็แยกย้ายกลับ เดินกันมาถึงข้างหน้าตรงที่รถจอดส่งคน เรากำลังจะเดินกันไปที่ถนนเพื่อเรียกรถแท็กซี่ “เรียกรถแท๊กซี่หรือเปล่าคะ” พนักงานสาวอายุน่าจะราวๆ ยี่สิบกลางๆ น้ำเสียงน่ารัก สายตาเป็นมิตร แบบมีความเด็ดขาดมั่นคงและไว้ใจได้ สอบถามเรา  และจัดแจงวอวิทยุประสานงานเพื่อเรียกรถแท็กซี่ให้ มีการประสานงานแบบมืออาชีพ แท๊กซี่ที่เข้ามารับไม่มีการปฏิเสธผู้โดยสาร มีการจดบันทึกว่าผู้โดยสารจะลงที่ใด ผมเห็นแว้บๆ ว่าคงมีการบันทึกเลขทะเบียนรถแท็กซี่ไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย เป็นการกลับบ้านที่สบายใจไม่สะดุดด้วยความลำบากใดๆ  ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพมีความสุข
 

ถึงบ้านผมไปอาบน้ำและเข้านอน ก่อนนอนหลับผมรู้สึกว่าวันนี้มีความสุขดีจัง มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยจะเหมือนวันอื่นๆสักเท่าไร มันเป็นความสุขที่ค่อนข้างลื่นไหล ชิลๆ สบายๆ ผ่อนคลาย ที่สำคัญมากสำหรับช่วงก่อนนอนคือ คืนนี้ไม่มีความคิดลบๆ หรือความรู้สึกไม่ดีใด ๆ ที่แว้บเข้ามากระทบจิตใจก่อนนอน เป็นการวางใจก่อนนอนได้เร็วกว่าวันปกติทั่วไป ผมจึงลองสำรวจจิตใจตัวเองก่อนนอนว่าเพราะอะไรถึงสบายใจอย่างนี้
 
คำตอบคือ...
“ผมซึมซับความสุขจากผู้คนกลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มนึงมาครับ”
 
ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งคนในนั้นที่มีความสุข
ผมคิดย้อนกลับไป
“ความสุขมาจากไหน และเกิดขึ้นได้อย่างไรกันนะ?”
 
ถ้าท่านเคยอ่านหนังสือของ “นโปเลียน ฮิลล์” จะทราบความหมายของคำว่า “อภิจิต”
อธิบายความหมายสั้น ๆ ของคำว่าอภิจิต ก็คือ กลุ่มก้อนความคิดและความรู้สึกของคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่โฟกัสเป้าหมาย หรือ ความรู้สึก หรือ จินตนาการ ในทางเดียวกันจนเกิดสิ่งนั้นขึ้นมาได้จริงๆ
 
ถ้าอย่างนั้นที่นี่มีความสุขเป็นอภิจิตได้อย่างไร???
 
แปลว่า คนที่ไปทานข้าวที่ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง มีความสุขทุกคนและมาส่งความสุขให้กันหรือ
: ผมว่าไม่ถึงขนาดนั้น เพราะหลาย ๆ คน คงมาด้วยจุดประสงค์คลายเครียด จึงต้องการมารับความสุขกลับไป
 
แปลว่า ผู้บริหารทุกคน รวมพลังส่งความปรารถนาดีส่งความสุขไปสู่ลูกค้า
: ผมว่าพลังคงยังไม่เพียงพอที่จะเกิดอภิจิตขนาดนี้ได้
 
แปลว่า ที่นี่มีกฎระเบียบ ขั้นตอนการบริหารจัดการที่ดี ผลตอบแทน หรือ แรงจูงใจ ที่ให้พนักงานทุกคนต้องทำให้ลูกค้ามีความสุข
: ผมว่าได้ผลส่วนหนึ่งแต่ไม่ 100% เพราะเด็กเสิร์ฟทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อ “ผลงานที่ดี” ได้   แต่!!! การส่งความสุขที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้นั้นต้องส่งด้วยหัวใจ  ไม่ใช่ด้วยการกระทำเพียงที่ผ่านมาตรฐานหรือเพื่อผลตอบแทนแต่เพียงอย่างเดียว
 
สำหรับผมคำถามนี้มีคำตอบที่ผุดขึ้นมาในหัวแล้วครับ คำตอบนี้มาพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ของผม ที่อยู่บนเตียงในห้องปิดไฟเงียบสงบ ที่มีเส้นแสงจากดวงจันทร์พาดผ่านบนเพดาน

คำตอบนี้ก็คือ
"เด็กเสิร์ฟและพนักงานทุกคนมีความสุขและส่งความสุขให้ลูกค้าจากใจของพวกเธอเองครับ"

 

ไม่รู้ว่าพวกคุณ(เด็กเสิร์ฟ)จะรู้ตัวไหมว่า พวกคุณได้สร้างสนามพลังที่มีความสุขไว้ล่วงหน้าแล้วก่อนที่ลูกค้าจะเดินเข้ามาในร้านซะอีก  พวกคุณยิ้มแย้ม ยินดีให้บริการ ต้องเรียกว่าจ้องกันเลยทีเดียวว่าจะบริการอะไรได้บ้าง พวกคุณมาเต้นด้วยกันกับลูกค้าแบบมีความสุข ไม่ใช่แค่หน้าที่ พวกคุณมาเล่น มาส่งความสุข Happy Birthday ฯลฯ แบบมาจากหัวใจ
   

สิ่งที่พวกคุณทำพวกผม(ลูกค้า)สัมผัสได้ว่า มาจากความหวังดี
เป็นความสุขที่มอบให้ลูกค้าที่เป็น “ของจริง”
 
ขอบคุณผู้บริหารที่นี่ ที่สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ยอดเยี่ยม
ทำให้คนหลายร้อยคนส่งมวล “อภิจิต” แห่งความสุขให้แก่ผู้คนได้อย่างทรงพลังจริงใจ
 
ผมขอชื่นชมเด็กเสิร์ฟและพนักงานทุกท่าน สิ่งที่พวกคุณทำมีคุณค่ามากๆนะครับ
พวกคุณสร้างความสุขให้ผู้คน และ ผมเชื่อว่าพวกคุณจะทำต่อไปจากใจของคุณเพื่อความสำเร็จของตัวคุณเอง และ ขององค์กร
 
พวกคุณเป็นคนไม่ธรรมดานะครับ ความสุขที่พวกคุณให้ไป ไม่นานคุณได้รับความสุขมากกว่าที่ให้ไปเป็นเท่าตัวอย่างแน่นอน
ขอให้พวกคุณทำ “ความดีเล็ก ๆ ที่เขย่าหัวใจ” แบบนี้ต่อไปนะครับ สิ่งที่ทำอยู่มันยอดเยี่ยมมากจริงๆครับ 
 
ขอบคุณมากนะครับ

-------------------------------------------------
 
หากอ่านแล้วมีคุณค่าสังคมนี้แชร์ต่อให้เพื่อน ๆ ได้เลยครับ
ขอบคุณมากครับ  

 
สามารถเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผมได้ที่
FB : X small Good : ความดีเล็กๆ แค่เริ่มทำ
 
Created date : 24-01-2016
Updated date : 24-01-2016
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : X Small Good
การส่งต่อความดีงาม นั้นไม่ยาก เพราะความดีงามแทรกอยู่ในทุกสิ่ง แทรกอยู่ในความรักของคนทุกคน เพียงแค่เราใช้ใจมอง  พยายามมองหาสิ่งดีงามจากคนรอบข้างและสิ่งรอบตัว  ดึงพลังสั่นสะเทือนนั้นออกมาแล้วแบ่งปันส่งต่อออกไป ให้พลังสั่นสะเทือนแห่งความดีงามนั้นกระแทกเหนี่ยวนำใจให้ความดีงามของทุกคนเปิดเผยออกมา ร่วมกันทำสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่เปลี่ยนโลกกันครับ ติดตามได้ที่เพจ X Small Good

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles