[ article] “ความกลัว” ที่ขัดขวาง “คนดี” ไม่ให้ประสบความสำเร็จ

 
 
 
ที่มารูป http://muse-coaching.com/
 
“คุณเอ็กซ์ สาเหตุที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง คืออะไรคะ?”
 
ผมตอบอย่างทันควันโดยไม่ต้องคิดว่า
“เพราะผมรู้ว่าตัวเองเป็นคนดีมากพอ ที่จะทำให้บริษัทนี้เป็นจุดเริ่มต้นของ อาณาจักรธุรกิจที่ทำกำไรควบคู่ไปกับการช่วยเหลือกลุ่มคนที่มีฝีมือ มีความตั้งใจ แต่เค้าขัดสน และขาดโอกาส โดยที่ผมเป็นคนควบคุมให้บริษัทนี้สุดยอดไร้ที่ติ โดยเฉพาะด้านความสุข และสิ่งแวดล้อม”
 
          นั่นคือการสนทนาในคลาสอบรมหลักสูตรผู้ประกอบการใหม่ (NEC) ที่ผมรู้สึกภูมิใจในตนเองว่าผมเป็นคนหนึ่ง ที่กล้าพูดต่อหน้าผู้คนมากมายว่า “ผมเป็นคนดีมากพอ” ผมรู้สึกว่า ความฝันของผมช่างยิ่งใหญ่ เจ๋งมาก และทำให้โลกนี้ดีขึ้นอย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย ผมเชื่อ ผมปรารถนา และ อยากกกกกก ที่จะทำให้ได้
 
          ผมลงมือทำทันที ต่อเนื่อง อย่างสม่ำเสมอ ติดต่อกับชุมชนที่ผมสนิทคลุกคลี และผมก็ได้พบกับงานฝีมือ และ วัฒนธรรมบางอย่าง ที่สามารถทำเงินได้ ที่สำคัญคือชุมชนเองก็ต้องการให้ผมเข้าไปสนับสนุนช่วยคิดช่วยวางแผนด้วย ผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีไร้ที่ติ  ต้องทำให้ทุกคนรู้สึกดีที่สุด ไม่ขัดใจใคร   ผมรู้สึกดีมากที่ทำให้ทุกคนมีความหวัง แล้วมองว่าผมเป็นคนดีมีน้ำใจ
 



แต่เวลาผ่านไป... ผลสัมฤทธิ์นั้นไม่เกิดอะไรขึ้นเป็นชิ้นเป็นอันเลย ปัญหาเดิมก็ยังอยู่แบบเดิม ๆ
 
          จนความกังวลก็เริ่มเกิดขึ้นกับผม ผมเริ่มรู้สึกไม่อยากพุ่งสู่ความสำเร็จสักเท่าไร ผมเริ่มชะลอ และผัดวันประกันพรุ่ง  ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ที่รู้คือผมอึดอัดจากความ “อยาก” ทำให้สำเร็จมากๆ เพื่อความภาคภูมิใจและพิสูจน์ถึงความดี แต่ผมเองกลับไม่มีพลังมากพอที่ในการพุ่งออกไปลงมือทำเช่นเดิม
 
ผมจึงเริ่มถามตัวเองว่า
“เกิดอะไรขึ้นในตัวผม ความรู้สึก จิตใต้สำนึก จิตวิญญาณ หรือผมป่วย อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผมไม่สามารถทุ่มสุดตัวได้!!!???”

 
           ความจริงที่ผ่านมาผมอยู่ในสภาวะอึดอัดแบบนี้เป็นประจำจนเคยชินแล้วตั้งแต่จำความได้  แต่ในครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิมตรงที่ “สิ่งนี้คือความฝันที่อยากให้เป็นจริงมากๆ” ผมเลยเริ่มทบทวนหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวเอง เพื่อพัฒนาตนเองให้ทำสิ่งที่ต้องการได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าสิ่งที่ทำจะยิ่งใหญ่มาก หรือ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน
 
วันหนึ่งขณะท่องในโลกเฟสบุคผมเจอประโยคนี้เข้า
“ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ Nice Guy ไม่ได้เป็นเหยื่อของใครหรอก แต่เขาเป็นเหยื่อของตัวเอง ด้วยทัศนคติและการกระทำของเขาเอง
เพราะ Nice Guy มักเสียเวลากับการแสวงหาการยอมรับ ปกปิดข้อบกพร่อง เล่นบทปลอดภัยไว้ก่อน จึงไม่แปลกที่พวกเขามักมีชีวิตที่ด้อยกว่าศักยภาพที่ตัวเองเป็นได้ บางทีนี่อาจเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดของอาการ Nice Guy คนฉลาดๆ มีพรสวรรค์จำนวนมากกลับมีชีวิตที่สูญเปล่า และจมอยู่กับความสามัญธรรมดา”
 
ประโยคนี้อยู่ในโพสต์หนึ่งของเฟสบุคแฟนเพจ OMG Books เกี่ยวกับหนังสือชื่อ “No More Mister Nice Guy” ทันทีที่อ่าน ผมเกิดอาการมวนๆในท้องเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คล้ายๆ เด็กที่ถูกจับได้ในสิ่งที่พยายามปกปิดอยู่
แน่นอนครับ ผมสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้ทันที เพื่อให้รู้จักตัวเองอีกด้านมากขึ้น
 
 
          ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยความกลัว กลัวอดีต กลัวตัวเอง กลัวว่าความซึมเศร้าเหงากลัวในวัยเยาว์ที่พยายามลืมจะถูกงัดขึ้นมาอีกครั้ง  ผมอ่านอย่างเนิบช้าพินิจพิเคราะห์ด้วยความรู้สึก บางหน้าทำให้นึกถึงเรื่องเก่า ๆ ในวัยเยาว์ทั้งน้ำตา   บางความรู้สึกทำให้ผมโทรหาแม่ทันทีเพื่อ ขอโทษ บอกรัก และ ให้อภัย
 
แล้วผมก็ได้คำตอบว่าผมเป็น “คนแสนดี” ที่ทำดีคู่ความกลัว
 
          หลังอ่านจบผมเริ่มใช้ชีวิตแบบคนดี(ที่เป็นอยู่แล้ว) แบบเบาๆ โล่งๆ ไร้กังวล ไม่คาดหวังความรักหรือคำชมจากใคร (เพราะรู้ว่าตนเองมีคุณค่ามากมายแค่ไหน) ไม่กลัวการตำหนิ ไม่กลัวคำวิจารณ์  มีพลังมากขึ้นในการทำตามความต้องการที่แท้จริงโดยไม่มี “ความกลัว” มาคอยกัดกินพลังงานขัดขวางอีก และตอนนี้ก็ลุกขึ้นมาทำได้ด้วยความมุ่งมั่นชัดเจน ด้วยความรู้สึกเบาสบาย มีความสุขกว่าแต่ก่อนมาก สับสนน้อยลง ทั้งหมดมาพร้อมกับ "การทำให้ความฝันสำเร็จ ไม่ใช่การทำเพื่อให้คนอื่นๆรู้สึกดี ผมเริ่มต้นขับเคลื่อนตัวเองจากความรู้สึกแท้ๆภายใน ที่ความกลัวลดอิทธิพลไปมาก"
 
 วิวัฒนาการของความกลัว
          จากหนังสือ No More Mister Nice Guy ผมขออธิบายวิวัฒนาการ “ความกลัว” จากวัยเด็กของคนแสนดีคร่าวๆ ดังนี้
 
ความกลัว >>> ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง(เอาใจผู้อื่น) >>> บ่อนทำลายตัวเอง
 
วามกลัว
          ความกลัวในกรณีนี้เกิดจากการที่ วัยเด็กของคนแสนดีไม่ได้รับการตอบสนองความต้องการจากคนรอบข้าง การถูกต่อว่าเมื่อร้องขออยากได้สิ่งต่างๆ การถูกขู่จากการสร้างเงื่อนไขเช่น “ถ้าทำ... แม่จะไม่รักนะ” , “แม่กำลังยุ่งอยู่ ลูกอย่าเพิ่งมายุ่ง” , “ต้องพูดมีหางเสียง ไม่งั้นไม่มีใครรักนะ” เป็นต้น  คำพูดและท่าทางเหล่านี้ได้สร้างความสัมพันธ์ให้เด็กทันทีว่า  ความต้องการของตนเอง = การถูกทิ้ง การไม่รัก การตำหนิ
 
ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง(เอาใจผู้อื่น)
          สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เด็กน้อยเค้าไม่รู้หรอกครับว่าใครพูดจริงพูดเล่น เด็กถือเป็นความจริงที่ไร้ทางเลือก ต้องข่มกด ความกลัว ความต้องการ ความคิดถึง ความ...สารพัดความรู้สึกตามธรรมชาติของเด็ก  แล้วสร้างพฤติกรรม “ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง(เอาใจผู้อื่น)” เพื่อเอาตัวรอด และ เมื่อทดลองทำพฤติกรรมที่เอาตัวรอดได้สำเร็จ เด็กก็จะถือว่าพฤติกรรมนี้เป็นสูตรสำเร็จเพื่อความผาสุข เพื่อชีวิตที่ปลอดภัยสมหวัง ได้รับความสำเร็จ ได้รับการยอมรับ จนเก็บเป็นจิตใต้สำนึก
 
บ่อนทำลายตัวเอง
          นั่นคือวิธีการคนแสนดีในวัยเด็กใช้ได้ผล แต่วิธีเหล่านี้หลายๆอย่างไม่สามารถใช้ได้สำเร็จในวัยผู้ใหญ่!!!   วิวัฒนาการที่เกิดขึ้นคือภาวะ “บ่อนทำลายตัวเอง” ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมอัตโนมัติในจิตใต้สำนึกอย่างไม่รู้ตัว เช่น

 
-  เอาใจคนอื่นทุกเรื่อง (ยกเว้นตัวเอง)
-  ชอบแก้ตัว (เพราะรู้สึกถูกทิ้ง เมื่อมีความผิด)
-  ทำหลายอย่างพร้อมกัน (เพื่ออ้างว่ายุ่ง จะได้ไม่ถูกคาดหวัง และไม่มาต่อว่า)
-  ผัดวันประกันพรุ่ง (ไม่อยากดีกว่าเดิม เพราะ ไม่อยากถูกสนใจ)
-  ไม่อยากทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ (เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คู่มากับความคาดหวัง และการจับผิดของคนไม่เห็นด้วย)  
-  ***ไม่อยากประสบความสำเร็จ (เพราะไม่กล้าทำตามใจตนเอง ได้ผูกเงื่อนไขไปแล้วว่าการตามใจตัวเอง เป็นเรื่องที่ต้องข่มใจไว้ ไม่อยากให้ตัวเองเด่น หรือเก่งกว่าคนในครอบครัว)

 
          พฤติกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความรู้สึก “กลัว” การเป็นคนที่ ยิ่งใหญ่ โดดเด่น ประสบความสำเร็จ เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นที่สนใจ วิพากษ์วิจารณ์ จับผิด หรือ ถูกทิ้ง(จากเหตุการณ์ที่เมื่อต้องการอะไรแล้วจะถูกดุเสมอ)
 
ารแก้ไข
           เราได้รู้ถึงสาเหตุลึกลับที่เป็นตัวก่อกำเนิด “ความแสนดี” ไปแล้วนะครับ ที่นี้มาลองดูการแก้ไข ที่ผมสรุปตามความเข้าใจผมเอง (นำมาแค่บางส่วน)
1. สำรวจตัวเองหาความกลัวให้เจอ
2. ลองเผชิญหน้ากับความกลัว เช่น กล้าให้เพื่อนวิจารณ์ตรงๆ
3. กล้าปฏิเสธ(ผมลองกล้าปฏิเสธแล้ว รู้สึกดีขึ้นกับตัวเองมากๆ)
4. กำหนดกติกาของตัวเอง
5. ปล่อยวาง ไม่จำเป็นต้องถูกต้อง 100% , ไม่จำเป็นต้องไร้ที่ติ
6. เขียนสิ่งที่ตนเองต้องการอยากทำจริงๆ

เมื่อลองทำตาม 6 ข้อนี้ แล้วสังเกตดูว่ามีคนเกลียดเรา เลิกคบ ต่อว่า ตำหนิ หรือ ทิ้งเราไปเพราะ 6 ข้อนี้หรือไม่ ลองดูนะครับ ช่วงแรกอาจต้องรวบรวมความกล้านิดนึง  ^____^
 
.
.
.

          คนแสนดีนั้นเนื้อแท้เป็นคนดีจริงที่คู่ควรอยู่แล้ว แต่เกือบตลอดเวลาที่คนแสนดีขับเคลื่อนชีวิตด้วยความกลัวโดยไม่รู้ตัว ทำให้คนแสนดีหลายๆคน ไม่ประสบความสำเร็จเต็มศักยภาพพรสวรรค์ของเขา/เธอ   
 
          คนดีมีมารยาทอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนละเรื่องกับ คนแสนดีที่กลัวคนอื่นไม่ชอบ กลัวคนอื่นไม่รัก กลัวคนอื่นตำหนิ จนไม่เป็นตัวของตัวเอง จนยอมให้ความต้องการของคนอื่นมาเป็นเป้าหมายชีวิต  จนชีวิตตนเองอึดอัด ไม่ประสบความสำเร็จ แล้ววนกลับมาสู่ความรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าอีกครั้งในวัยผู้ใหญ่ 
 
          เพราะการคิดและการกระทำที่กำเนิดมาจาก “ความกลัว” นั้นไม่มีทางมอบ ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ความสุขอันแสนเบิกบานไร้กังวล และศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของเรา และการประสบความสำเร็จ ได้อย่างแน่นอน
 
          การเดินทางภายในครั้งนี้ของผม เป็นการเข้าไปดูจิตในอดีตที่ลืมไปแล้ว    ในฐานะผู้สังเกตผมได้เห็น ความเศร้า ความกลัว ที่ฝังอยู่ในจิตใจของตัวเองอย่างชัดเจนที่สุด  เป็นครั้งแรกที่ได้ทำความเข้าใจ ให้อภัยคนรอบข้าง และชื่นชมกับคุณค่าของตัวเอง เกิดเป็นความรักตัวเอง เข้าใจตนเองอภัยให้ตนเอง มากขึ้นกว่าเดิม
 
“เมื่อจับความกลัว(ในจิต)ได้ ความกลัวก็ค่อยๆหายไป”
 
สำหรับ “คนแสนดี” พวกเรามาเดินทางสร้างความยิ่งใหญ่แบบตัวเราเอง ไปด้วยกันนะครับ

เนื้อหาอันมีค่ามีอีกมากมายในหนังสือ No More Mister Nice Guy
ท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/ohmygodbooks/


-------------------------------------------------
 
หากอ่านแล้วมีคุณค่าต่อสังคมแชร์ต่อให้เพื่อน ๆ ได้เลยครับ
ขอบคุณมากครับ  

 
สามารถเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผมได้ที่
FB : X small Good : ความดีเล็กๆ แค่เริ่มทำ
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : X Small Good
การส่งต่อความดีงาม นั้นไม่ยาก เพราะความดีงามแทรกอยู่ในทุกสิ่ง แทรกอยู่ในความรักของคนทุกคน เพียงแค่เราใช้ใจมอง  พยายามมองหาสิ่งดีงามจากคนรอบข้างและสิ่งรอบตัว  ดึงพลังสั่นสะเทือนนั้นออกมาแล้วแบ่งปันส่งต่อออกไป ให้พลังสั่นสะเทือนแห่งความดีงามนั้นกระแทกเหนี่ยวนำใจให้ความดีงามของทุกคนเปิดเผยออกมา ร่วมกันทำสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่เปลี่ยนโลกกันครับ ติดตามได้ที่เพจ X Small Good

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles