[ review] มาดูเค้าตั้งใจสอบไล่สไตล์ญี่ปุ่นที่ครัว MAiSEN

 
 
 

วันนี้เมย์ได้มีโอกาสมาดูการสอบไล่ของพ่อครัวและแม่ครัวในร้านอาหารไมเซน โอกาสมาดูการสอบแบบญี่ปุ่นแท้แท้หาดูค่อนข้างยาก เมต้องขอบคุณไมเซนนะคะ ที่อนุญาตให้เมย์เข้ามาดูการสอบอย่างใกล้ชิดและยังให้เมย์ลองทำหมูทอดอีกด้วย รู้สึกพิเศษและเป็นเกียรติมากจริงๆค่ะ

 

อ่านกันไม่ผิดหรอกค่ะ ที่นี่จะต้องสอบทำอาหารก่อนจะได้ลงมือทำจริงนะคะ ถ้าคะแนนน้อยกว่า 95 ก็ไม่ผ่านด้วยค่ะ

 

เมนูหลักของไมเซนเลยเป็นหมูทอดทงคัตสึค่ะ แค่ทำหมูทอดก็จะต้องมีขั้นตอนและกระบวนการอย่างเข้มงวดเลยนะคะ รวมทั้งอาหารอื่นๆด้วย หมูทอดที่นี่จะต้องมีเกล็ดที่ตั้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชื้นและคุณภาพของขนมปังที่ชุบ รวมทั้งน้ำหนักมือที่กดหมูลงไปที่แป้งขนมปังด้วยค่ะ

 
 

น้ำหนักมือนี่สำคัญมากนะคะถึงขนาดว่าที่นี่จะต้องเอาตาชั่ง มาวัดกันเลยว่าน้ำหนักมือเที่ยงตรงแค่ไหน เมย์ก็นั่งซ้อมอยู่นานค่ะ อยากจะทำหมูทอดทงคัตสึให้อร่อยบ้าง

 

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการกดหมูลงไปในขนมปัง มีตำแหน่งว่า “ปังโกะสุเกะ” บางคนทำเรื่องนี้เกือบ 10 ปีเลยทีเดียวนะคะ

 

เมย์ชอบประเพณีนี้ของญี่ปุ่นจัง การทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้าทำบ่อยครั้งก็จะทำให้เกิดความชำนาญ อย่างเรื่องการกดหมูลงไปในขนมปังดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายดาย แต่มันก็สามารถทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆเก่งขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาเทคนิคใหม่ขึ้นมาได้ตลอดค่ะ คนญี่ปุ่นเองหลายคนก็ทำงานด้วยใจมุ่งมั่นมานะ ทำงานเพียงอย่างเดียวให้ดีขึ้นไปตลอดเวลาค่ะ

 

นอกจากจะทำหมูทอดทงคัตสึแล้ว ยังทำกุ้งทอด ข้าวหน้าหมูทอด หมูผัดขิง แซนด์วิชหมูทอดทงคัตสึ และ ไข่ม้วนอีกด้วยนะคะ

 

พอเค้าสอบกันเสร็จแล้วเมย์ก็ขออนุญาตทางไมเซน ทอดหมูทงคัตสึกินเองค่ะ หมูที่นี่เตรียมมาเรียบร้อยแล้ว มีขนาดที่เหมาะสม และก็ทำสปา(หรือเอจจิ้งนั่นเอง) เพื่อให้เนื้อมีเท็กซ์เจอที่อร่อยค่ะ ฟังแล้วก็รู้สึกรอดตัวไป วัตถุดิบดีมีชัยไปกว่าครึ่ง .. คือเค้าอนุญาตให้มีทอดหมูก็จริงแต่เมย์ต้องกินหมูที่ตัวเองทอดให้หมดค่ะ :)

 

เริ่มต้นเลยก็ต้อง แต่งตัวใหม่เก็บผมให้เรียบร้อยล้างมือให้สะอาด หลังจากนั้นก็ฝึกกดให้ได้น้ำหนัก พอเรียบร้อยแล้วก็ลงมือทำได้เลยค่ะเอาหมูมาชุบไข่ ชุบแป้ง แล้วกดตามที่ฝึกมา เสร็จแล้วก็มาจัดรูปร่างให้สวยงามก่อน แล้วเอาไปทอดค่ะ พอหมูลอยก็ตักขึ้นมาได้
 

  
 

หลังจากที่ตักขึ้นมาก็พบว่า เมย์กดหมูเบาไปนิดนึงทำให้แป้งติดไม่หมดค่ะ ตอนกดตอนนั้นก็รู้สึกนะคะว่าเบากว่าที่ซ้อมไว้หน่อย แต่แป้งตั้งสวยดีค่ะ (ชมตัวเองก็ได้นะ) กินแล้วพบว่าอร่อยมากค่ะ ใครไม่ชมเรา เราชมตัวเองค่ะ :)
 


กลับมาที่น้องๆเชฟกันบ้าง น้องๆดูมีแอบเกร็งเหมือนกันนะคะ เพราะว่าเวลาสอบนี่ต้องเช็คทุกขั้นตอนเลยจริงๆ ครูคุมสอบจ้องตาไม่กระพริบเลยค่ะ การสอบมีคะแนนหลายช่อง ตั้งแต่การกดหมู การชุบไข่ ชุบแป้ง และวิธีการทำอื่นๆ ความสะอาด ความสวยงาม รสชาติ แต่ที่น่าประหลาดใจคือมีคะแนน “ความตั้งใจ” ด้วยค่ะ

 

ต่อให้ทำได้ดีหมด แต่ถ้าไม่เอาใจใส่แล้วละก็ โดนหักคะแนนความตั้งใจได้นะคะ

 

ในฐานะครู ขอเล่าความเห็นส่วนตัวหน่อยนะคะว่า “ความตั้งใจ” ในความคิดเมย์คืออะไร เมย์ว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่สวยงามนะคะ และเห็นภาพชัดทีเดียว คำว่าตั้งใจ ก็คือเอาใจไปตั้งไว้นั่นแหล่ะค่ะ แต่จะไปตั้งไว้ที่ไหนหล่ะ ? ถ้ากดหมู ใจก็ไปตั้งไว้อยู่ที่มือที่กดหมู ถ้ากำลังม้วนไข่ ใจก็ตั้งอยู่ที่มือที่ม้วนไข่ ตาที่มองว่าไข่สุกเป็นสีเหลืองนวลหรือยังค่ะ  ถ้ากำลังหั่น ใจก็ตั้งอยู่ที่มีดกับสายตาว่าจะหั่นเป็นชิ้นเท่าไหร่ ขนาดไหนถึงจะเท่ากัน

 

เวลาเอาใจไปวางไว้ เราก็จะรู้สึกทุกจังหวะที่เราทำ รู้หนักเบา เห็นสีสรร และที่สำคัญคือพอเรารู้ตัวตลอด ก็สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

 

ที่ต้องตั้งใจเพราะงานปราณีตหลายอย่าง ผิดแล้วกลับไปทำซ้ำใหม่ไม่ได้แล้ว

 

วันนี้เมย์ไปดูเค้าสอบกัน น้องๆตั้งใจทุกคนเลย แต่ที่ตั้งใจกว่าน้องก็คือครูคุมสอบเนี่ยแหล่ะค่ะ ต้องตรวจละเอียดยิบทุกรายการ

  

หลังจากที่ตรวจข้อสอบกับเสร็จ ครูเมย์ก็ถามว่ากินได้ไหม เอิ๊กๆ ตลกรับประทาน .. ไม่ได้ค่ะ ! น้องเอากลับไปชิมผลงานของตัวเอง เมย์แอบไปถามหลังบ้าน พบว่าการสอบวันนี้น้องๆผ่านกันหมดทุกคนค่ะ เย้ ! นั่งลุ้นกันมาตั้งแต่เมนูแรก จนเมนูสุดท้ายกันเลยทีเดียว
 

น้องเค้าส่งข้อสอบแล้ว เมย์ก็ขอส่งข้อสอบบ้าง เป็นยังไงบ้างคะ พอผ่านไหม
 


 

หลังจากที่อิ่มแปร้กลับบ้านไปก็ไปนั่งคิดได้ว่า งานการอะไรไม่ว่าจะใหญ่เล็กแค่ไหน ถ้าเราทำด้วยความใส่ใจงานนั้นก็จะดูมีคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกเป็นกองเลยค่ะ บางทีความอร่อยของอาหารอาจจะอยู่ที่ความตั้งใจด้วยก็ได้นะคะ สำหรับวันนี้ไปผึ่งพุงและไปตั้งใจทำงานต่อดีกว่าค่ะ !
 



 

ติดตามคุยกันในเพจได้ที่นี่
 

พูดคุยเป็นการส่วนตัว ทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์ ความรู้ตัวได้ที่ @krumay



กรอกข้อมูลเพื่อรับข้อมูลมีประโยชน์ได้ที่นี่ คลิ๊กเลย

กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : ครูเมย์ KruMayExplorer
ครูเมย์เชื่อว่า ความรู้ ไม่ได้สำคัญที่สุดในการเรียนหนังสือ มนุษย์คนนึงจะรู้ได้ซักเท่าไหร่กัน เมื่อเทียบกับความรู้ของโลกนี้ที่มีอยู่ อัจฉริยะไอน์สไตน์ จะรู้ได้ถึง 1% ของความรู้ในโลกนี้ไหม
วิทยาการพัฒนาไปไกลมาก เปลี่ยนไปเยอะมาก ตอนนี้ มันเป็นโลกของการแบ่งปัน - แบ่งกัน ความขี้สงสัย กับ ความเอื้ออาทรต่างหาก ที่พาให้โลกหมุนไปได้ ติดตามมาคุยกันได้ที่เพจ www.facebook.com/KruMayExplorer

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles