[ article] O-2-O หลักกลยุทธ์การตลาดดิจิตอลง่ายๆ สำหรับผู้ประกอบการ SME ตอนที่ 2

 
 
 

ทำการตลาดบนโลกออนไลน์อย่างแท้จริงกับ Digital Marketing

–ตอนที่ 6: O-2-O หลักกลยุทธ์ง่ายๆ สำหรับผู้ประกอบการ SME

                แม้ว่าในตอนก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้จุดประเด็นของหลักกลยุทธ์การตลาดแบบ O2O สำหรับการตลาดยุคดิจิตอลกับรูปแบบในการหลอมรวมผ่านแนวคิด O2O Marketplace integration ไปแล้ว ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่าเป็นบันไดที่จะก้าวไปสู่กลยุทธ์แบบ Omnichannel ในขั้นต่อไป ซึ่งจากตัวอย่างที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า การทำกลยุทธ์แบบ O2O ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ประการใด แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า กลยุทธ์ดังกล่าวนั้นได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับกลุ่มลูกค้าองค์กร และผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่พบเห็นได้ค่อนข้างน้อยกับผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SME) เนื่องจากยังขาดความรู้ความเข้าใจในการวางแนวทางเริ่มต้นว่า ควรจะเริ่มหยิบจับสิ่งใดก่อน งบประมาณในการวางแผนคู่กับการให้บริการโดยใช้การตลาดดิจิตอลจะทำอย่างไรนั่นเอง
 
เริ่มอย่างง่ายจาก “Brick” to “Click” :
                ผู้ประกอบการที่มีหน้าร้านแบบดั้งเดิมประเภท Physical store ส่วนใหญ่ในปัจจุบันต่างก็มีออนไลน์แพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียเพจ อาทิ Facebook หรือ LINE@ หรือที่นิยมในบ้านเราอีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่พี่ไทยเราประยุกต์ใช้กันให้เข้ากับ Online commerce ได้อย่างแนบเนียนก็คือ Instagram อยู่แล้ว (ถ้าใครยังไม่มี ต้องรีบทำการบ้านอย่างหนักเลยครับ มีโอกาสตกขบวนสูง!!!) ผู้เขียนให้เริ่มต้นจากจุดนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการร้านค้าแบบ Brick-and-Mortar ส่วนใหญ่ ถึงแม้จะมีทั้งหน้าร้าน และหน้าเพจหรือเว็บไซต์แล้ว แต่ความสัมพันธ์ของคอนเทนต์บนหน้าเพจมักไม่ค่อยโน้มน้าวให้เกิดแรงจูงใจในการซื้อ การส่งผ่านแคมเปญสื่อสารทางการตลาด เพื่อเพิ่มความสนใจในการเยี่ยมชมหน้าร้านแบบดั้งเดิม หรือ Physical store สักเท่าไหร่  ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมักเป็นคอนเทนต์ประเภท Static (ภาษาของผู้เขียนจะใช้คำว่า “ดราย = ใกล้ตาย” หรือ Dry ซึ่งแค่เอาให้อ่านได้พอเข้าใจเท่านั้น) ทำให้ผู้เข้าชมหน้าเพจนั้นละความสนใจได้ง่าย อีกทั้งยังไม่เพิ่มโอกาสทางการค้าผ่านช่องทางนี้คู่ขนานกันอีกด้วย

               
ดังนั้น หลักที่ง่ายที่สุดคือ การเปลี่ยนหน้าร้านแบบ Brick-and-Mortar ให้กลายเป็น Click-and-Mortar ซะ... ทีนี้แหละ มันหมายถึงอะไรหล่ะ เริ่มกันถูกไหม?

                “Click-and-Mortar” ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ซับซ้อนวุ่นวายจนดูน่ากลัว แต่มันเป็นรูปแบบของการเพิ่ม “โอกาส” ของช่องทางธุรกิจเสริมทัพให้กับช่องทางมีอยู่ในปัจจุบันโดยผ่านแคมเปญหรือกิจกรรมทางการตลาดที่บนออนไลน์แพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อกับหน้าร้านแบบดั้งเดิมดังที่ได้กล่าวมา เราจึงเชื่อว่า เมื่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เราสนใจมาเยี่ยมชมหน้าเพจแล้วเกิดการ “Click” และจะส่งผลต่อการเกิดกิจกรรมบนหน้าร้านของเรานั่นเอง (คล้ายคลึงกับกลยุทธ์การทำ Call-to-Action หรือ CTA แต่กลยุทธ์แบบ CTA จะเน้นการวัดผลบนหน้าเพจหรือเว็บไซต์ในระดับปฐมภูมิเป็นสำคัญ)
 
10 หลักกลยุทธ์ง่าย ๆ ของ O2O จาก Brick-and Mortar ถึง Click-and-Mortar
1.             ง่ายและรวดเร็วที่สุด คือการเข้าไปปรับปรุงรูปแบบและเนื้อหาของออนไลน์เพจของร้านค้าให้ทันสมัย เพิ่มแรงดึงดูดด้วยการใช้สี และอาจเพิ่มคุณสมบัติการแสดงผลพิเศษให้สามารถเข้ากับอุปกรณ์ Smartdevices หลากหลายแพลตฟอร์ม (Responsive web)
2.             เพิ่มคุณค่าของบริการหรือตราสินค้า (Brand) ให้กับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมหน้าร้าน (Physical store) โดยสินค้าอาจจะมี QR code เพื่ออธิบายคุณสมบัติ และรายละเอียดของสินค้า ดังนั้นจะเป็นวิธีที่เรียบง่ายที่สุดที่สามารถให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้าถึงช่องทางออนไลน์ของเราได้เป็นอันดับแรก ๆ
3.             สร้าง Hook หรือกระบวนการเชื่อมต่อผ่านโปรโมชั่นบนหน้าเพจ ที่สามารถเชื่อมไปสู่การเยี่ยมชมหน้าร้าน Physical store เช่น การสร้าง Discount code เพื่อให้โปรโมชั่นหรือส่วนลดพิเศษเมื่อไปซื้อสินค้า ณ Physical store (กลยุทธ์แบบลูกทุ่ง ๆ ที่เราคุ้นเคยคือการโฆษณาวัน-เวลาโชว์ตัวดารา ณ ร้านค้า)
4.             การสร้างแคมเปญพิเศษ หรือ Privilege program เมื่อสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ และได้รับการฝึกอบรมหรือสัมมนาเกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ (ทั้งนี้เพื่อเพิ่มอัตราความภักดีของลูกค้าให้สูงขึ้น)
5.             สร้างเกมส์ หรือกิจกรรมพิเศษบนหน้าออนไลน์เพจเป็นระยะ ให้สอดคล้องกับระยะเวลาการวางสินค้าใหม่หน้าร้าน
6.             สร้างโปรแกรมการตลาดเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ การสะสมแต้มหรือคะแนนสำหรับสวนลดในครั้งต่อไป (ได้ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์)
7.             สำหรับร้านค้า Physical store ที่มีหลายสาขา อาจใช้โอกาสนี้เป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เลือกซื้อสินค้าบางประเภทที่ต้องการทดสอบ หรือตรวจสอบความเรียบร้อยของสินค้าก่อนรับสินค้า โดยให้ลูกค้าสามารถกำหนดสาขาของร้านค้าเพื่อรับสินค้า หรือตรวจสอบสินค้าได้ เช่น สั่งซื้อออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ลูกค้าจะไปรับสินค้า ณ สาขา ที่ใกล้บ้าน เป็นต้น
8.             กลยุทธ์แบบโบราณยังใช้ได้เสมอ ได้แก่ การจัดหน้า ถาม-ตอบ แบบออนไลน์รูปแบบ Instant Messaging สำหรับหน้าเว็บไซต์ หรือการชักชวนกลุ่มผู้ติดตามเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการเป็นระยะ
9.             หลีกเลี่ยงการสร้าง Ad แบบ Pop-up เนื่องจากโฆษณาแบบ Pop-up นั้นมักก่อให้เกิดความรำคาญต่อผู้รับชมหน้าเพจ อีกทั้งในบางครั้งยังมีปัญหาของการแสดงผลเนื่องมาจากความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ที่ผู้รับชมใช้งานอยู่
10.      ประยุกต์เอาเทคโนโลยีอันล้ำสมัย (ถ้ามีทรัพยากร และงบประมาณเพียงพอ) เข้ามาให้เกิดข้อความหรือความสนใจส่งต่อไปยังหน้าร้าน Physical store ของเรา เช่น Augmented Reality (AR) พร้อมการระบุตำแหน่งร้านค้า

เริ่มต้นจากตรงนี้ ผู้เขียนเชื่อว่า ผู้ประกอบการยุคใหม่จะก้าวทันการตลาดในยุคดิจิตอลได้อย่างแน่นอนครับ
 
#AttDigifast

Created date : 10-02-2017
Updated date : 10-02-2017
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : Att Digifast
ผู้เขียนมีประสบการณ์ในแวดวงอุตสาหกรรม IT และ Telecom ในประเทศและแถบภูมิภาคอาเซียนมากว่า 15 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นงานด้านวิเคราะห์และที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี กลยุทธ์ แนวโน้มเทคโนโลยี การเข้าถึงตลาด ( Go-to-Market) และที่ปรึกษาการเปลี่ยนรูปแบบทางธุรกิจโดยใช้ "ICT" เป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles