[ article] โรคออฟฟิศซินโดรม ภัยเงียบ ที่พร้อมจะเล่นงานคุณ

 
 
 
       ปัจจุบัน... การทำงานในด้านต่างๆมีการแข่งขันมาก หลายคนต่างมีเป้าหมายและคำสั่งมาให้ทำตามกำหนด จนบางทีการทำงานหนักๆอาจจะส่งผลเสียในอนาคต และอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้

       หลายคนอาจจะพูดว่า "ตอนนี้ยังหนุ่มยังสาวอยู่ ยังมีแรงพอที่จะทำงานมากๆ" เก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ พอแก่ตัวแล้วจะได้สบาย... ความคิดแบบนี้ไม่ได้ผิดเช่นนั้น แต่เราต้องระวังไว้หน่อยเพราะถ้าโหมงานหนักเกินไป เงินที่เก็บไว้แทนที่จะเอาไปใช้ซื้อของ หรือท่องเที่ยว ก็อาจจะต้องควักออกมาใช้รักษาตัวเองแทน 
 

 
       "โรคติดงาน" หรือ "โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)" ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า "โรคบ้างาน"และคนญี่ปุ่นเรียกโรคนี้ว่า "คาโรชิ" เราคงเคยได้ยินข่าวว่า พนักงานชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุบ่อยมาก บางคนนั่งรถไฟกลับบ้านอยู่ดี ๆ ก็เสียชีวิตไปเฉยๆ ทางการแพทย์จึงฟันธงว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากโรคคาโรชินี่แหละ ที่เกิดจากการทำงานหนักมาก ๆ จนร่างกายทนต่อไปไม่ได้
 
       ท่ามกลางการแข่งขันของสังคมไทยใน
ยุคปัจจุบันทำให้คนเราต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อให้มีรายได้ที่พอเพียงสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงาน ที่พึ่งก่อร่างสร้างตัวหรือสร้างครอบครัวใหม่ บางคนถึงกบต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เพราะมีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ้าน รถ ฯลฯ 
 
       และจากการทำงานที่หนักขึ้น อาจกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพกายและใจได้ โดยไม่รู้ตัวจนส่งผลให้บุคคลนั้นมีอาการของ
"โรคบ้างาน"
 

 
       โรคนี้มีประวัติมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1970 หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประเทศญี่ปุ่นถูกกองทัพสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิด ทำให้บ้านเมืองเสียหายยับเยิน หลังจากนั้น คนญี่ปุ่นจึงต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่าเพื่อฟื้นฟูประเทศ ซึ่งภายหลัง ประเทศญี่ปุ่นก็กลายเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจจะบอกได้ว่า อดีตที่แสนเจ็บปวดได้ปลูกฝังให้คนญี่ปุ่นเป็นคนขยันขันแข็ง อดทน และผูกพันกับองค์กรมาก

       อีกทั้งการทำธุรกิจมีการแข่งขันกันสูงมาก ทำให้ชาวญี่ปุ่นทำงานหามรุ่งหามค่ำ พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่กลับบ้านกลับช่อง สุดท้ายเกิดความเครียด โรคต่าง ๆ ก็ถามหา ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง แม้กระทั่งอัมพาต
 

 
        หลายคนไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้แล้ว จึงยังคงทำพฤติกรรมเดิมๆ ทำงานหนักจนเครียด พอเครียดแล้วก็ไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือทานอาหารคลายเครียด ทีนี้ทานมากๆเข้า ไขมันในเลือดสูงขึ้น โรคอื่นๆ ก็ตามมาอีก สะสมไปเรื่อยๆ นานวันเข้าร่างกายก็น็อก นี่แหละภัยเงียบของการบ้างาน 
 

 
         แน่นอนว่าโรคภัยมหาศาลถามหาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นไมเกรน โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เบาหวาน โรคหัวใจ ความดัน และอื่นๆ ที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ การทานอาหารที่มีประโยชน์ไม่เพียงพอ และขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม นอกจากนี้เมื่อร่างกายของเราไม่แข็งแรงสมบูรณ์ คุณภาพของงานที่เราทำก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย คราวนี้เสียทั้งกาย เสียทั้งใจกันเลยทีเดียว

         ส่วนอาการในด้านอารมณ์ คือ กลายเป็นผู้ที่มองอะไรขวางหูขวางตาไปหมด เกรี้ยวกราดกับเพื่อนร่วมงานการพูดคุยไม่เหมือนเดิมจะให้ความสนใจแต่เฉพาะในเรื่องของการทำงาน จนส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว
 

          จริง ๆ เราสามารถป้องกันโรคนี้ได้ง่าย ๆ แค่คุณรู้จักจัดสรรเวลาในการทำงานให้ถูกต้อง ต้องรู้ว่าเวลาไหนที่ควรจะพักผ่อนได้แล้ว ไม่ควรตรากตรำทำงานหนักมากเกินไป ต้องรู้จักปรับเวลาการทำงาน และการพักผ่อนให้สมดุลกัน ตระหนักไว้ก่อนเลยว่า สุขภาพเราสำคัญที่สุด ถ้าเป็นอะไรขึ้นมามันไม่คุ้มกันเลยนะ
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : Pantae Reporter
บทความโดยทีมงาน พันธุ์แท้.com

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles