[ article] ภัยใกล้ตัว โรคร่าเริง ที่ร่างกายไม่ร่าเริง

 
 
 

ภัยใกล้ตัว "โรคร่าเริง"
ที่ร่างกายไม่ร่าเริง

          กลางวันไม่อยากจะตื่น ส่วนในเวลากลางคืนก็ไม่นอน ทำให้วงจรชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไป ย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างมากเลย ดังนั้น จึงทำให้เกิดโรคใหม่ขึ้นมาก็คือ “โรคร่าเริง” และทุกคนก็คงจะสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่า โรคนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และจะส่งผลอะไรต่อสุขภาพของตัวเราบ้าง…
 

"โรคร่าเริง" เป็นชื่อโรคที่ตั้งขึ้นปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ซึ่งในทางการแพทย์จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีการปรากฏชื่อโรคนี้มาก่อน แต่ว่าถ้าดูตามลักษณะพฤติกรรมแล้ว โรคนี้จะเกี่ยวข้องกับคนที่ชอบเปลี่ยนพฤติกรรมไปทำงานในช่วงเวลากลางคืน พอถึงช่วงเวลากลางวันก็จะเกิดอาการง่วงเหงาหาวนอน คือ การใช้เวลาวงจรชีวิตผิด ซึ่งวงจรชีวิตของคนโดยปกติทั่วไป ต้องตื่นกลางวัน นอนหลับในเวลากลางคืน


       ปัจจุบันพบว่าคนมีพฤติกรรมที่เข้าบ่ายในกลุ่มโรคร่าเริงกันมากขึ้น เนื่องจากในช่วงเวลากลางคืน เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างเงียบ เหมาะกับการคิดงานหรือทำงาน บางคนก็เลือกที่จะทำงานในช่วงเวลากลางคืนแทน แต่ปัญหา คือ เมื่อทำงานในช่วงเวลากลางคืน วงจรชีวิตแบบปกติก็จะเปลี่ยนไป เพราะร่างกายของคนเรามีการหลั่งฮอร์โมนตามนาฬิกาชีวิต คือ เมื่อถึงเวลานอนอวัยวะบางอย่างที่ต้องทำงานตามช่วงเวลา และหลั่งฮอร์โมนออกมาเพื่อฟื้นฟูร่างกาย หรือช่วงเวลาที่ร่างกายควรจะได้รับการพักผ่อน จะมีการหลั่งฮอร์โมนกลุ่มหนึ่งออกมา เพื่อช่วยซ่อมแซมและชาร์จพลังให้กับร่างกาย เตรียมพร้อมรับมือกับวันต่อไป แต่หากเราใช้ช่วงเวลาวงจรชีวิตที่ผิดไปจากปกติ ก็จะทำให้ฮอร์โมนผิดเพี้ยนไปด้วย นั่นจึงเป็นสาเหตุให้มนุษย์ร่าเริง มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย


พฤติกรรมเสี่ยงของคนที่จะเป็น "โรคร่าเริง"

1. นอนดึกเกินไป 

       สมองของคนเรานั้นจะถูกกระตุ้นด้วยแสงสีฟ้าที่ถูกส่งออกมาจากหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสงสีฟ้าเหล่านั้นจะเป็นตัวกระตุ้นทำให้ประสาทมีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทางที่ดีก่อนเข้านอนทุกครั้ง เราควรที่จะเลิกเล่นคอมพิวเตอร์หรือมือถือก่อนประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อทำให้ร่างกายสามารถที่จะปรับสภาพได้ก่อน แค่นี้ก็จะทำให้เราสามารถนอนหลับได้แล้ว



2. ตื่นสาย 


       การนอนตื่นสายยังทำให้ร่างกายไม่สดชื่น และที่สำคัญยังทำให้ระบบการทำงานภายในร่างกายแปรปรวนตามมาด้วย ส่งผลทำให้เรามีริ้วรอยหรือสิวได้ ดังนั้น ถ้าเรายังไม่สามารถที่จะตื่นในช่วงตอนเช้าเองได้ ก็ให้ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ก่อน และหลังจากปรับสภาพร่างกายได้แล้ว เราก็จะตื่นเองโดยอัตโนมัติ




3. ง่วงนอนในเวลากลางวัน

       เมื่อเรานอนหลับไม่เพียงพอในเวลากลางคืน ก็จะทำให้เรามารู้สึกง่วงนอนในเวลากลางวัน ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เราเสียสุขภาพอย่างแน่นอน ดังนั้น เราควรที่จะหยุดทำกิจกรรมต่างๆ ไม่เกินเวลา 4 ทุ่ม แล้วก็เข้านอนเลย ซึ่งเราก็ต้องเข้านอนเวลานี้เป็นประจำทุกวันด้วย จนเกิดเป็นความชิน เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราไม่ต้องไปรู้สึกง่วงนอนในเวลากลางวันอีกแล้ว


4. ชอบทำงานในเวลากลางคืน 
       แม้เวลากลางคืนจะทำให้มีสมาธิในการอ่านหนังสือหรือทำงานได้มากขึ้น แต่มันกลับส่งผลเสียระยะยาวต่อสมอง เพราะในร่างกายของคนเรานั้นมีนาฬิกาชีวิตอยู่ หากเราใช้เวลาในการทำกิจกรรมแต่ละอย่างไม่ถูกต้อง อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยเฉลี่ยแล้วคนเรามักจะนอนเวลา 4 ทุ่ม ถึง ประมาณ 6-7 โมงเช้า ซึ่งในเวลาที่เรากำลังนอนหลับอยู่นั้น ฮอร์โมนในร่างกายจะออกมาเผาผลาญอาหารและซ่อมแซมส่วนต่างๆ ในร่างกาย ดังนั้น ถ้าเราไม่นอนในเวลาดังกล่าวก็อาจจะมีสิทธิ์เป็นโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย
 


อาการของโรคร่าเริง

1. รู้สึกอ่อนเพลียในเวลากลางวันอยู่เป็นประจำ

2. มีอารมณ์ที่หงุดหงิดง่าย

3. ไม่สมาธิในการเรียนหนังสือ หรือทำงาน  ในช่วงเวลากลางวัน

4. ในเวลากลางคืน รู้สึกไม่ง่วงเลย มีสมาธิในการอ่านหนังสือ ทำงานจนเกือบเช้าก็ไม่หลับเลย
 


ผลกระทบของโรคร่าเริงต่อสุขภาพ

      เมื่อร่างกายของเรา ได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอติดกันเป็นเวลาหลายๆ วัน หรือกลายเป็นสิ่งที่เราทำเป็นประจำก็คือ นอนดึก ตื่นสาย จนเกิดเป็นภาวะสะสม ก็ส่งผลทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายมีการทำงานที่แปรปรวน มีความบกพร่อง จนทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว เช่น อาจจะทำให้เป็นโรคมะเร็งลำไส้ โรคมะเร็งเต้านม และโรคเบาหวาน เป็นต้น

ปรับพฤติกรรมใหม่ ห่างไกล "โรคร่าเริง"
 

อาหาร 

       ควรที่จะเลือกทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้อย่างครบถ้วน และทำให้ได้รับพลังงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง




ออกกำลังกาย
       การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้ร่างกายของเรามีความตื่นตัว ช่วยทำให้กระฉับกระเฉง ไม่รู้สึกง่วงนอนในเวลากลางวันเลย






หาเวลานอนพักผ่อน
       นอกจากที่ เราจะนอนในเวลาที่เหมาะสมแล้ว การจัดสุขลักษณะของที่ดีให้ดีนั้น ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน เพราะมันสามารถช่วยทำให้การนอนหลับพักผ่อนเป็นไปด้วยดี




ขับพิษออกจากร่างกาย

       การขับถ่ายถือได้ว่าเป็นการเอาของเสียออกจากร่างกาย ถ้ามีสารพิษสะสมร่างกายก็จะรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ใครที่ไม่ค่อยชอบทานผักใบเขียว ที่มีประโยชน์ต่อการขับถ่าย ก็ให้ลองทานผลไม้ก็ยังดีนะ เช่น เราอาจจะกินกล้วยหอม ส้ม มะม่วง เป็นต้น


ไม่เครียด หรืออารมณ์เสีย 

       สำหรับ ใครที่ต้องทำงานเครียดๆ ตลอดทั้งวัน ควรที่จะหาเวลาในการผ่อนคลายบ้าง พยายามทำให้ตัวเองรู้สึกมีความสุขให้มากที่สุดก่อนเข้านอน เพราะจะช่วยทำให้เรานอนหลับได้สนิทมากยิ่งขึ้น


       กลุ่มอาการของคนที่เข้าข่ายกลุ่มโรคร่าเริงที่พบบ่อย คือ มึนหัวง่าย คนที่มีความดันต่ำๆ ตลอดเวลา โดยไม่รู้สาเหตุ ขี้หนาว อ่อนเพลียไม่มีแรง แม้ว่าจะรับประทานอาหารหรือนอนหลับพักก่อนเพียงพอแล้วก็ตาม ก็ให้สงสัยไว้ก่อน เพราะฉะนั้นอย่ารอจนร่างกายไม่ไหว ควรหมั่นดูแลตัวเอง หาเวลาตรวจเช็คสุขภาพว่ามีปัญหาหรือไม่ จะได้เข้ารับการตรวจรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ



 

*********
สนใจติดตามข้อมูล อ่านต่อได้ที่ 

https://www.facebook.com/Pantae.fan


กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : Pantae Reporter
บทความโดยทีมงาน พันธุ์แท้.com

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles