[ article] เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พลังงานทดแทนยุค 4.0

 
 
 

       โลกปัจจุบันที่ก้าวไปไกลย่อมมีสิ่งที่ดีกว่าเข้ามาเสมอ สิ่งที่เราจะพูดถึงคือ รถยนต์ไฟฟ้าที่จะเข้ามามีอิทธิพลกับทุกคน ขณะที่ค่ายรถยนต์ทั่วโลกเริ่มหันหลังหนีจาก “น้ำมัน” ออกนโยบายให้สอดรับกับ “โลกร้อน” ด้วยการปรับแผนการผลิตรถยนต์ มุ่งสู่การผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicles : EV)

       โดยปี 2018 น่าจะเรียกว่าเป็นการก้าวสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า เมื่อหลายค่ายเริ่มเดินหน้าเปิดตัวโมเดลรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ

 


 

       ขณะที่รัฐบาลในหลายประเทศก็เริ่มให้ความสนใจกับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเฉพาะการอัดงบประมาณสำหรับติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้า และการพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

       
Movement ค่ายรถชั้นนำ

       ที่ผ่านมาจะเห็นค่ายรถยนต์จำนวนมากเริ่มขับเคลื่อนเป้าหมายจับตลาดรถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งประเทศเป้าหมายหลักในการลงทุนโรงงานผลิต คือ “ประเทศจีน” ซึ่ง “ฟอร์ด” เป็นแบรนด์แรกๆ ที่ประกาศร่วมทุนกับค่ายรถของจีน

       
โดยฟอร์ดระบุว่า ได้บรรลุข้อตกลงการร่วมลงทุนมูลค่า 750 ล้านดอลลาร์ กับบริษัท
Anhui Zotye Automobile ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของจีน พร้อมตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 50 คันแรก เพื่อป้อนตลาดโลก ในปี 2025
 


 

       จีนเปิดหลักสูตรรับอุตสาหกรรม EV

       มุมมองที่ค่ายรถยนต์ชั้นนำมองว่า ประเทศจีนเหมาะสมที่จะเป็น “ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า” เนื่องจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนถือว่าเติบโตมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก ติดต่อกันสองปีซ้อนหลังจากรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เกี่ยวกับนโยบายที่ช่วยลดภาวะมลพิษที่เกิดขึ้น จากปัจจุบันจีนมีรถ EV วิ่งอยู่ในประเทศกว่า 402,000 คันและคาดว่าในปี 2030 จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านคัน

       
กระแสการไหลบ่าของแบรนด์ข้ามชาติที่แห่มาเปิดโรงงานในจีน นักวิเคราะห์ของไชน่าเดลีระบุว่า เป็นความได้เปรียบของจีนในการสร้างงานให้กับแรงงานในประเทศ จากเดิมที่หลายอุตสาหกรรมหนีออกนอกประเทศ เนื่องด้วยค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน

 


 

       นอกจากนี้ รัฐบาลจีนเตรียมบรรจุหลักสูตรการเรียนการสอนเพิ่มความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตรถ EV และอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของหนุ่มสาวชาวจีน

       
รับกระแสโลกที่กำลังเปลี่ยนไป โดยจะเป็นการนำร่องเปิดหลักสูตรในสถาบันอาชีวะด้านยานยนต์ในเมืองอุตสาหกรรม เช่น เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง โดยคาดว่าหากสำเร็จจะสามารถผลิตบุคลากรเฉพาะด้านได้มากขึ้น ทั้งยังสามารถชดเชยกลุ่มแรงงานมีทักษะที่ย้ายออกนอกประเทศได้

 


 

       อัดงบฯ สร้างสถานีชาร์จไฟ

       ทั่วโลกพยายามปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า โดยจะเห็นว่า รัฐบาลในแต่ละประเทศทุ่มงบประมาณสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้า และกลายเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาแห่งชาติที่สำคัญ เช่น สำนักงานพลังงานแห่งชาติจีนระบุว่า ปัจจุบันทั่วประเทศจีนได้สร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้า 171,000 แห่ง และกำลังเร่งสร้างสถานีชาร์จไฟประเภทชาร์จได้เร็วบนทางด่วนระหว่างเมือง

       รวมถึงการชาร์จไฟบนทางหลวง 14,500 ครั้ง โดยมีปริมาณการชาร์จไฟฟ้ามากถึง 123,100 กิโลวัตต์ เพิ่มขึ้น 315% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และภายในปี 2018 รัฐบาลจีนตั้งงบฯ ก่อสร้างสถานีประจุไฟเพิ่มอีก 100,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้น

       
ขณะที่
“อินเดีย” รัฐบาลเปิดรับกว้างจากนโยบายปรับท้องถนนสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2030 ดังนั้นแผนการก่อสร้างสถานีประจุไฟจึงเปิดรับอย่างเต็มที่

       ปัจจุบัน ABB ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้ารถ EV ชั้นนำของโลก และเป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานให้ก่อสร้างจำนวนมากที่สุดในอินเดีย เปิดเผยถึงแผนการก่อสร้างสถานีชาร์จไฟ 4,500 แห่งภายในปี 2020 ด้วย

       
ส่วนฝั่งยุโรป จะเห็นว่าก่อนหน้านี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป 4 แห่ง ได้แก่ ฟอร์ด, เดมเลอร์, Volkswagen และบีเอ็มดับเบิลยู จับมือสร้างเครือข่าย
       

     
 ภาคี “Ionity” เตรียมติดตั้งสถานีชาร์จไฟ

       สำหรับรถ EV ในอนาคตทั่วยุโรปตั้งเป้า 400 แห่งในปี 2020 ซึ่งปัจจุบันมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ติดตั้งไปแล้วทั้งหมด 20 แห่ง ในประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และนอร์เวย์ โดยติดตั้งในทุก ๆ ระยะ 120 กิโลเมตร ขณะที่ Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากอเมริกาที่เดินหน้าติดตั้งสถานีชาร์จไฟไปแล้วมากกว่า 7,000 แห่งทั่วโลก
 


 

       แม้แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ให้ความสำคัญกับการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าด้วย รัฐบาลดูไบมีแผนการก่อสร้างสถานีชาร์จไฟเพิ่มเติมใน “ดูไบ” ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจและมีจำนวนผู้ใช้รถยนต์มากที่สุด จำนวน 100 สถานี ภายในปี 2018 จากเดิมที่ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 100 แห่ง

       
เทคโนโลยีที่ก้าวอย่างต่อเนื่อง ทุกคนควรจะศึกษาและรับมือกับมันให้ดี เพื่อจะได้ไม่ได้ตกยุค ล้าสมัย ในอนาคตเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามา เราจะได้ใช้มันอย่างมีความสุข และจะได้ก้าวทันคนอื่น


 

*********
สนใจติดตามข้อมูล อ่านต่อได้ที่ 
https://www.facebook.com/Pantae.fan

Created date : 31-01-2018
Updated date : 31-01-2018
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : Pantae Reporter
บทความโดยทีมงาน พันธุ์แท้.com

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles