[ review] ท้องเสียอย่างหนัก 3 วัน ที่ "อินเดีย" ทริปสังเวชนียสถาน โชคดีที่ไปกับ "คุณตา สุรางคณา"

 
 
 
สวัสดีครับ ทุกท่าน

พอดีผมเพิ่งมีเวลาจะมาเล่าให้ฟัง ผมเองตั้งใจไว้ว่าต้องมาเล่าให้ทุกท่านฟังถึงการเตรียมตัวและการดูแลตัวเองเมื่อท้องเสียที่ "อินเดีย" ครับ

จริงๆแล้วผมไปอินเดียตั้งแต่เมื่อสิ้นปีที่แล้วครับ แต่เพิ่งจะมีเวลามาเล่าให้ทุกท่านฟัง ผมไปแสวงบุญ สังเวชนียสถาน 4 แห่งกับ คุณตา สุรางคณา มาครับ สาเหตุที่เลือกไปกับคุณตา เพราะว่าเป็นทัวร์แสวงบุญแบบกึ่งท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ทริปปฏิบัติธรรมจ๋า ซึ่งดูแล้วจะเหมาะกับตัวเองน่ะครับ

ผมขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลาประมาณแค่ 3 ชั่วโมง ก็ถึงแล้วครับ  เครื่องบินลงที่ อำเภอคยา จังหวัดคยา ซึ่งเป็นเมืองที่ยากจนที่สุดเมืองหนึ่ง ซึ่งมาถึงจะรู้เลยว่า พุทธคยาที่เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้น ปัจจุบันกลายเป็นจุดเศรษฐกิจหล่อเลี้ยงชีวิตมากมายที่นี่เลยครับ
ภาพทั่วไป อำเภอคยา จังหวัดคยา
 
สถานที่แรกที่ต้องไปเลยครับ พุทธคยา เป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีต้นพระศรีมหาโพธิ์ครับ
พุทธคยาครับ
พี่ตา สุรางคณา กับบรรยากาศการจาริกบุญแบบสบายๆผ่อนคลาย

หลังจากมาสักการะที่พุทธคยาเป็นที่อิ่มบุญปลื้มปิติแล้วนั้น ก็เดินทางกลับครับ ซึ่งระหว่างกลับนี้เองที่ผมได้มาชดใช้กรรม ได้อยู่กับเวทนาความทุกข์ทางกายของตัวเอง 
 
เพราะว่าผมไปดื่ม "น้ำอ้อยคั้นสดบีบมะนาว" ที่หน้าพุทธคยาครับ
 
ร้านบริเวณหน้าพุทธคยา

คืนนั้นผมเริ่มถ่ายท้อง และถ่ายต่อเนื่องจนเช้า และตอนเช้าก็ถ่ายหนักมากๆครับ อาการเริ่มไม่ดี และที่สำคัญนี่เพิ่งเริ่มทริปเท่านั้น ผมท้องเสียอย่างหนักตั้งแต่วันที่ 2 ของทริปแสวงบุญนี้!!!   

ความกังวลมาเต็ม ความทุกข์มาเต็ม จิตใจต้องอยู่กับปัจจุบันขณะเท่านั้นจริงๆ ไม่สามารถคิดถึงอนาคตอีก 6 วันได้เลย เพราะท้องเสียหนักขนาดนี้ เราจะแอดมิดก็ไม่ได้ จะขอนอนพักที่โรงแรมก็ไม่ได้ เพราะจะทำให้ทริปสะดุดหมด สถานการณ์พาไปอย่างไร้ทางเลือก ผมเหลือทางเลือกเดียวคือ เดินทางไปกับทริปนี้ต่อไป และดูแลตัวเองให้ดีที่สุด

คนแรกที่ผมรีบบอกเลยก็คือ พี่ตา สุรางคณา ครับ ทริปนี้พี่ตาเป็นคนจัดครับ จัดปีละ 1 ครั้ง จุดประสงค์เพื่อพาแฟนเพจและผู้ที่สนใจไปสัมผัสบรรยากาศ และพุทธประวัติแบบไปดูสถานที่จริง เรียกได้ว่าจัดแบบดีที่สุด ที่พักดี อาหารดี เป็นการเดินทางที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ในอินเดีย แบบไม่เคร่งในการปฏิบัติมากเกินไป  ตอนอยู่ไทยจากการหาข้อมูลก็ได้ยินมาว่า ทัวร์ส่วนใหญ่มาอินเดียจะรีบไปหลายที่ และหลายๆครั้งต้องแวะทำธุระส่วนตัวตามข้างทาง เพราะเป็นเรื่องที่คนอินเดียทำเป็นเรื่องปกติ 

 
ถึงจุดนี้ที่ผมท้องเสียขนาดนี้ผมเริ่มทำใจ กับการที่ต้องถ่ายท้องข้างทาง
แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะผมมากับ พี่ตา สุราคณา นั่นเอง (ขออนุญาตให้เครดิตพี่ตาจนออกนอกหน้านะครับ เพราะเป็นเช่นนั้นจริงๆ)

ทริปที่พี่ตาจัดเป็นทริปที่ แวะเข้าห้องน้ำดีๆตลอดทาง เหมือนคำนวณมาแล้วว่าจะเป็นระยะที่พอเหมาะต่อความต้องการเข้าห้องน้ำพอดี ส่วนใหญ่จะแวะที่วัดไทย มีทั้งวัดที่กำลังสร้าง และวัดที่สร้างนานแล้ว เป็นทั้งการแวะเข้าห้องน้ำ และทำบุญ ร่วมสร้างวัดไปในตัว
 

วัดไทยลัฏฐิวันมหาวิหาร เป็นวัดแรกที่แวะ เป็นวัดที่กำลังสร้าง โดยเริ่มจากสร้างห้องน้ำก่อนครับ

พูดตามตรง ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยรู้สึกขนาดนี้ว่า การสร้างวัด สร้างอาคาร สร้างห้องน้ำ เป็นสิ่งที่สำคัญ และเป็นบุญกุศลที่ส่งความสุขต่อไป ไม่สิ้นสุดจริงๆ

ผมท้องเสียตลอดทาง แต่ก็แวะเข้าห้องน้ำที่วัดไทยได้ตลอดทางพอดีเช่นกัน วัดไทยจึงกลายเป็นจุดที่คนไทยต้องแวะพัก เพื่อเข้าทำบุญ ดื่มน้ำชากาแฟ เข้าห้องน้ำ ตั้งแต่ตรงนี้ผมจึงขอลงรูปวัดไทย และห้องน้ำแต่ละที่ไว้เผื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่มาอ่านบทความนี้นะครับ 
**ขออภัยที่ไม่ได้มีรายละเอียดและพิกัดที่ละเอียดครับ เพราะตอนนั้นไม่มีสมาธิในการบันทึกจดจำจริงๆครับ**

ก่อนเดินทางไปประเทศอินเดีย ผมมีเตรียมของที่จำเป็นฉุกเฉินเอาไว้ ซึ่งมาตอนนี้ได้ใช้แล้วครับ ได้แก่
1. ทิชชู่เปียก (เยอะๆ)
2. ยาฆ่าเชื้อสำหรับท้องเสีย แบบดีๆเลยครับ
3. ยาคาร์บอนแบบเม็ด
4. น้ำเกลือ (เยอะๆ)
5. ยาแก้เมารถ ยาแกคลื่นไส้อาเจียน (ช่วยได้มากๆ)
6. ยาฆ่าเชื้อแก้เจ็บคอ แบบอย่างดีหน่อยครับ
7. ยาลดไข้ ลดน้ำมูก
8. ยาหม่องยาเหลือง เน้นหอมๆ แต่ไม่ระคายเคืองมากนัก ไม่งั้นใช้บ่อยๆจะแสบแพ้ครับ
9. ที่สำคัญเลยคือ แลกแบงค์ 10,20 รูปี ไว้เยอะๆนะครับ ตอนผมป่วยนี่ทำให้ชีวิตลำบากน้อยลงได้ครับ
10. ยาหยุดถ่าย เมื่อจำเป็นจริงๆเท่านั้นครับ

ขอเล่าเคล็ดลับอย่างนึงครับ เมื่อท้องเสียอย่างหนัก ควรทานอาหารอ่อนๆเท่านั้นครับ เพราะผมฝืนทานอาหารอินเดียของโรงแรมจึงไม่หยุดถ่ายสักทีเลยลองเปลี่ยนเป็นทานแต่ข้าวต้มกับอย่างอื่นนิดหน่อย(พอดีทางทีมงานมีเตรียมอาหารไทยไปบริการด้วยส่วนนึงครับ) แต่ที่อินเดีย หาโจ๊กคัพไม่ได้เลย เราต้องขอทางโรงแรมให้เค้าทำข้าวต้มครับ เค้าจะทำให้ได้ แต่อย่างว่าแหละครับ ที่นี่อินเดียขอให้ทำอะไรให้ต้องทิปเค้า 10-20 รูปีทุกๆครั้งครับ 

เอาล่ะครับผมขอไล่ลงรูป วัดไทยพร้อมสภาพห้องน้ำครับ เพราะคนที่ท้องเสียอย่างหนักแบบผม ทุกๆครั้งที่พบห้องน้ำดีๆแบบนี้เรียกได้ว่าขึ้นสวรรค์กันเลยทีเดียว  ขออนุญาตทุกท่านเป็นอย่างสูงนะครับ ที่แบ่งปันเรื่องนี้ แต่ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และเสริมสร้างความมั่นใจต่อบางท่านในการเดินทางไปอินเดีย เพื่อจาริกบุญสังเวชนียสถานครับ

 


วัดไทยนวราชรัตนาราม 960 รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

วัดไทยนิโครธาราม

ห้องน้ำดีมากๆครับ ขออนุโมทนาสาธุกับผู้ร่วมทำบุญบริจาคเป็นเจ้าภาพในการสร้างวัดสร้างห้องน้ำจริงๆครับ สาธุ สาธุ สาธุ 
นอกจากนี้ วัดไทยทุกวัดจะมีของทานเล่นในแบบที่คนไทยคุ้นปากคุ้นท้องครับ ช่างเป็นอะไรที่ดีมากๆในอินเดียเลยล่ะครับ

 

วัดอโศการาม

 

วัดไทยไวสาลี


ต่อมาที่ อุทยานลุมพินี สถานที่พระพุทธองค์ทรงมีพระประสูติกาลจากพระครรภ์พระมารดาครับ
 


ที่นี่ผมแนะนำว่าอย่าเข้าห้องน้ำตรงหน้าประตูทางเข้านะครับ เพราะผมไม่ไหวเลยลองเข้ามาแล้ว และแย่สุดๆ
 


สถานที่แห่งนี้เมื่อทำบุญสักการะเสร็จแล้วแนะนำให้ไปเข้าห้องน้ำที่ อาคารพลังศรัทธาไทย ตรงแถวๆพระพุทธรูปพระพุทธเจ้าน้อยครับ
 

พระพุทธรูปพระพุทธเจ้าน้อย

 

อาคารพลังศรัทธาไทย

 

ห้องน้ำ อาคารพลังศรัทธาไทย อุทยานลุมพินี

 

ป้ายมาตรฐาน Standard 960 เห็นป้ายนี้แล้วสบายใจดีครับ

วัดพระราชวังกบิลพัสดุ์

 


วัดไทยลุมพินี

 

นั่นแหละครับ 3-4 วันที่ผมท้องเสียค่อนข้างหนัก ก็ผ่านไปได้ขอกล่าวจากใจเลยนะครับว่า

อนุโมทนาบุญ กับท่านที่ได้ร่วมบุญ ร่วมเป็นเจ้าภาพบริจาค ในการสร้างวัดไทยทุกๆที่เลยครับ

สิ่งที่ผมได้กับตัวเอง คือช่วงเวลาที่ผมท้องเสียนั้นผมรู้สึกตัวตลอดเวลาไม่ประมาทเป็นการฝึกรู้สึกตัว ดูเวทนาตัวเอง แค่ดู แค่รู้เฉยๆ เป็นไฟต์บังคับแห่งการเจริญสติ ปฏิบัติธรรม  อยู่ในอารมณ์ที่ไม่คาดหวัง(ค่อนไปทางสิ้นหวัง)ที่จะมีความสุขปิติเปรมปรีจากการแสวงบุญ  

เหมือนมาฝึกปฏิบัติ รู้เฉยๆรู้ซื่อๆ ปล่อยวางแม้กระทั่งความรู้สึกปิติในการแสวงบุญอีกชั้นหนึ่งเลยทีเดียว
 

ผมก็เล่าแต่เรื่องท้องเสียนะครับ ผมขอแบ่งปันเรื่องของกินด้วยละกันครับ ในคืนสุดท้ายของทริปนี้ ผมทานอาหารได้ปกติแล้วครับ รู้สึกมีความสุขมาก เลยถ่ายรูปเก็บไว้มาแบ่งปันกันด้วยนะครับ เป็นอาหารบุฟเฟ่ต์ของโรงแรมครับผม
 

พี่ตา สุรางคณา เห็นพี่ตาแล้วอุ่นใจ

 

โรงแรมที่เรามาพักกันครับ เค้าว่าดีที่สุดในย่านนี้เลยทีเดียว

แล้วก็มาดูอาหารกันนะครับ จำได้ว่าวันนั้นผมฟินมากๆๆๆๆ

อย่างแรกเลยพีคสุด เมนูเนื้อไก่ที่เจอเกือบทุกโรงแรม

ข้าวสวยของอินเดีย จะเรียวๆยาวๆ แห้งๆนิดหน่อยครับ
และ อาหารที่เป็นเมนูผักต่างๆจะเยอะมากครับ

นี่คืออาหารส่วนหนึ่งนะครับ จริงๆจะมีมากกว่านี้ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ อาหารการกิน ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่อยู่สบายไม่ลำบากเลย ส่วนตัวผมนั้นคงพลาดอยู่อย่างเดียวคือ การไปดื่ม "น้ำอ้อยคั้นสดใส่น้ำมะนาว" น่ะครับ

ขอบคุณทุกท่าน ที่อ่านบทความนี้ครับ หวังว่าสิ่งที่ผมตั้งใจแบ่งปันจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้าข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องประการใด ผมกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ภาพบรรยากาศสุดท้าย ในคืนสุดท้ายตรงกับช่วงที่มีการแต่งงานหลายๆคู่ (เค้าว่าเป็นช่วงเทศกาล คล้ายๆ ฤกษ์งามยามดีน่ะครับ) ผมเดินไปดูมา จึงนำรูปมาให้ทุกท่านดูด้วยครับผม

 

เป็นงานแต่งงานที่ครื้นเครงมากครับ ดนตรี การเต้นรำ ขบวนเคลื่อนไปอย่างช้าๆ

 

สุดท้ายขอขอบคุณพี่ตาอีกครั้ง ที่จัดทริปดีๆปีละครั้ง เพื่อให้ได้ไปสัมผัสดินแดนที่ องค์พระมหาศาสดาของเรา เคยทำกิจแห่งธรรมะมากมายที่นี่ ที่อินเดียอย่างมีความสุขกันครับ

 

ติดตามงานธรรมะของพี่ตา ได้ทาง https://www.facebook.com/tasurang88
ติดตามเรื่องราวดีๆอื่นๆ ที่ผมแบ่งปันเอาไว้ ได้จากเพจนี้ครับ https://www.facebook.com/XsmallGood/
และ blog http://www.pantae.com/blog/XSmallGood

ขอประชาสัมพันธ์เพจมูลนิธิสหธรรมิกชนที่ผมเพิ่งจัดตั้งขึ้น เพื่อความสุขง่ายๆ จากภายในใจตัวเอง ได้
ทาง FB : http://www.facebook.com/SHDMFoundation

 



 

 
Created date : 08-04-2018
Updated date : 08-04-2018
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ
Post by : X Small Good
การส่งต่อความดีงาม นั้นไม่ยาก เพราะความดีงามแทรกอยู่ในทุกสิ่ง แทรกอยู่ในความรักของคนทุกคน เพียงแค่เราใช้ใจมอง  พยายามมองหาสิ่งดีงามจากคนรอบข้างและสิ่งรอบตัว  ดึงพลังสั่นสะเทือนนั้นออกมาแล้วแบ่งปันส่งต่อออกไป ให้พลังสั่นสะเทือนแห่งความดีงามนั้นกระแทกเหนี่ยวนำใจให้ความดีงามของทุกคนเปิดเผยออกมา ร่วมกันทำสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่เปลี่ยนโลกกันครับ ติดตามได้ที่เพจ X Small Good

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles